ส่อง 9 เทรนด์ความงาม 2019

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงมากในทุกวงการ แวดวงความงามจึงหยุดนิ่งไม่ได้ ยิ่งแบรนด์อินดี้โนเนมสุดชิค ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ทุกวัน รวมกับกระแสโซเชียลมีเดียที่ยึดครองพื้นที่การตลาดอีก … แบรนด์ไหนหยุดนิ่งนี่เท่ากับฆ่าตัวตายค่ะ ดังนั้น ในปีหน้าเราน่าจะได้เห็นการขยับตัวของหลายๆ แบรนด์ และต่อไปนี้คือ 9 เทรนด์ความงามที่มีแนวโน้มสูงมากว่าจะ ‘มา’ ในวงการอุตสาหกรรมบิวตี้ ปี 2019 ค่ะ

1. ใส่ใจโลกมากขึ้น (เพื่อความยั่งยืน)

ดูเหมือนคำว่า ‘sustainable’ จะถูกนำไปใช้กับทุกวงการเลยนะคะ เพราะเป็นคำที่ส่งเสริมคุณค่าและภาพลักษณ์ของเบรนด์ได้ดีเหลือเกิน ในวงการอุตสาหกรรมความงามก็เช่นกัน ที่พาเหรดสร้างสรรค์นวัตกรรมในการลดผลกระทบด้านมลภาวะจากพลาสติกเพื่อความ ‘sustainable’ ด้วยการคิดอย่างรอบคอบมากขึ้นเกี่ยวกับสูตรและบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ โดย Lush เป็นแบรนด์แรกที่มีผลิตภัณฑ์ ‘ไร้บรรจุภัณฑ์’ (หรือโปรดักส์ ‘เปลือย’) โดยผลิตสินค้าในรูปแบบ ‘ของแข็ง’ ตั้งแต่แชมพูไปจนถึงเครื่องสำอาง และในเดือนมกราคม 2019 แบรนด์นี้จะเปิดร้านเครื่องสำอางไร้บรรจุภัณฑ์แห่งแรกในอังกฤษค่ะ

ยักษ์ใหญ่อย่าง L’Oréal ก็ไม่น้อยหน้า ออกมาประกาศมุ่งมั่นลดการใช้น้ำในผลิตภัณฑ์ลง 60% ภายในปี 2563 จากแคมเปญ #waterlessbeauty เช่นเดียวกับ Unilever ที่ตั้งเป้าลดการใช้น้ำให้ได้ภายในปีเดียวกัน ทำให้คาดว่าในปีใหม่ที่จะมาถึงเราน่าจะเห็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ ‘แห้ง’ มากขึ้น อาจมีน้ำยาทำความสะอาดที่เป็นผง และแผ่นมาส์กหน้าแบบแห้งก็ได้ รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ความงามที่ไร้น้ำอย่างสิ้นเชิงด้วย

2. จาก Skincare สู่ Skip-care

ไม่ได้หมายความว่าให้เลิกใช้ Skincare นะคะ แต่กำลังจะบอกว่ากระบวนการความงามจะมีขั้นตอนที่น้อยลงต่างหาก ในปี 2019 การปรนนิบัติดูแลผิวจะไม่ใช่วิธีแบบ ‘10-step’ อีกแล้ว เพราะ ‘Skip-care’ ซึ่งเป็นเทรนด์ความงามเกาหลีล่าสุดนั้นมาแรงสุดๆ เนื่องจากเป็นการย้อนกลับไปสู่วิธีการที่เรียบง่ายยิ่งขึ้นด้วยไอเท็มที่น้อยชิ้นลง แต่มีส่วนผสมเข้มข้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังที่เราจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์เกาหลีช่วงนี้มักมีส่วนผสมแบบไฮบริดและไฮเดรตในหนึ่งเดียว โดยชูส่วนผสมฮีโร่อย่างชาเขียวและวิตามินอีเข้ามาในโปรดักส์ และมันก็เวิร์กสุดๆ เลยค่ะ

3. ‘หลากหลาย’ มากขึ้น

ช่วง 2 ปีที่ผ่านอุตสาหกรรมความงามเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความหลากหลายมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะแบรนด์เครื่องสำอางกระแสใหม่ๆ ที่มีตัวเลือกให้ผู้บริโภคอย่างหลากหลาย ทำให้แบรนด์ดังๆ ไม่น่านิ่งเฉยได้ คาดว่าปีหน้าคงมีการขยับไปสู่การให้ความสำคัญกับผู้บริโภคทุกคนอย่างเสมอภาค ทั้งด้านการตลาด เชื้อชาติ เพศ อายุ รอดูเถอะค่ะว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ในปีหน้าคง ‘หลากสี’ สุดๆ เพราะต้องให้ครอบคลุมทุกโทนสีผิวของลูกค้านั่นเอง

4. สุขภาพและความงามจะมาบรรจบกัน

จริงๆ เรื่องสุขภาพสร้างความงามนั้นเริ่มเปิดตัวตั้งแต่ปีนี้แล้วค่ะ และคาดว่าในปี 2019 มันจะยังคงดำเนินต่อไปในขอบเขตที่กว้างมากขึ้น ซึ่งจะเน้นความงามแบบ 360 องศา เป็นเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างความสมดุลภายในร่างกาย สภาพความเป็นอยู่ที่ดีซึ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความงามภายนอก ถ้าใครยังงงก็ให้นึกถึงความงามด้วยวิธี ‘อายุรเวทแบบอินเดีย’ อะไรประมาณนั้นค่ะ ซึ่งเทรนด์นี้ขอบอกเลยว่ากำลังมาแรงมากในซีกโลกตะวันตก ดังนั้นปีหน้าเราน่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ความงามที่จะมาช่วยสร้างความสมดุลของจิตใจ และอารมณ์ เพื่อส่งผลที่ดีต่อสุขภาพและความตึงเครียดออกสู่ตลาดมากขึ้นค่ะ

5. ‘สูตรและส่วนผสม’ จะเป็นเรื่องที่ ‘โปร่งใส’ มากขึ้น

ทุกวันนี้ผู้บริโภค ‘ฉลาด’ และ ‘รอบรู้’ ขึ้นเยอะมาก (ก ไก่ ล้านตัว) แถมองค์ความรู้ทุกเรื่องสามารถค้นหาได้จากโลกออนไลน์ ทั้งในเซิร์จเอนจิ้น ไดเรคปัญหาตรงกับผู้เชี่ยวชาญ โอ๊ยยย อีกหลากหลายวิธีการบานตะไทค่ะ ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่ลูกค้าสายความงามจะเริ่มรู้และเข้าใจว่าวิตามินแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ข้อดีและข้อด้อยของการรวมส่วนผสมบางอย่างไว้ด้วยกันเป็นอย่างไร ทั้งยังพร้อมจะปฏิเสธการยอมรับสิ่งต่าง ๆ ที่แบรนด์แอบใส่เพิ่มมาให้มี ‘มูลค่า’ ด้วย ซึ่งความรู้นี้เองเป็นการบังคับให้แบรนด์เปิดกว้างและซื่อสัตย์เกี่ยวกับสูตรและส่วนผสมที่พวกเขาใส่ลงไป ดังนั้น ในปีหน้าเชื่อว่า ‘ความโปร่งใส’ นี้จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมความงามค่ะ

6. ผลิตภัณฑ์แบบ ‘หลอด’ น่าจะมาแรง

นอกจากความโปร่งใสเรื่องส่วนผสมแล้ว ขาช็อปสายบิวตี้ยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่มอบประสิทธิภาพสูงสุดด้วย ความสดใหม่ของโปรดักส์ต่างๆ จึงจำเป็น บรรจุภัณฑ์สุญญากาศจากห้องแล็ปจึงมาแรงโดยเฉพาะแบบ ‘หลอด’ ซึ่งนิยมมานานแล้วในเกาหลี เนื่องจากจะช่วยรักษาความสด คุณค่าของสารสกัด และประสิทธิภาพในการปรนนิบัติผิวของผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีนั่นเอง ดังนั้น ในปีหน้าเราจะได้เห็นบรรจุภัณฑ์แบบนี้จากทางฝั่งตะวันตกบ้าง เพราะทั้ง L’Oreal และ Estée Lauder เตรียมร่อนโปรดักส์ตัวดังของตัวเองในรูปแบบบรรจุหลอดและแคปซูลออกมาแล้ว

7. สู้กับมลภาวะทางผิวหนังด้วย microbiome

ในปี 2019 เราจะได้รู้จักกับ ‘microbiome’ ของเราได้ดีขึ้นค่ะ ไมโครไบโอม คืออะไร? มันก็คือจีโนมของจุลินทรีย์ทั้งหมดที่อาศัยในร่างกายของเรานั่นเองค่ะ การสู้กับมลภาวะด้วยไมโครไบโอมจึงเป็นแนวคิดที่จะใช้แบคทีเรียที่ดีและแบคทีเรียที่ไม่ดีในการรักษาสภาพเดิมไว้เพื่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดของผิวหนัง และแนวคิดนี้น่าจะทำให้เกิดแนวโน้มการผสมผสานโปรไบโอติก (แบคทีเรียที่ดี) ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วย แต่คาดว่ายังต้องมีการศึกษาเรื่องความปลอดภัยและความเป็นไปได้เพิ่มเติมอยู่นะคะ

8. เครื่องมือบำรุงผิวหน้า ‘ที่บ้าน’ จะล้ำยิ่งขึ้น

ทุกวันนี้ ‘การลงทุน’ เรื่องผิวของผู้บริโภคนั้นเรียกว่า ‘มาก’ ค่ะ จึงไม่แปลกหากตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์บำรุงผิวหน้าที่บ้านจะเฟื่องฟู และแน่นอนว่าในปีหน้าพวกอุปกรณ์นวดหน้า และเครื่องมืออัจฉริยะต่างๆ ที่จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความงามจะต้องมาปังๆ แถมน่าจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาอุปกรณ์ติดตามผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ได้ด้วย ประมาณว่าเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อะไรแบบนั้น (อ้อ… เรื่องนี้แว่วว่า Neutrogena เปิดตัว Neutrogena Skin360 อุปกรณ์ตรวจจับผิวหนังที่ใช้เซ็นเซอร์พร้อมแอพเสริมเพื่อวัดความชุ่มชื้นของผิวหนัง รูขุมขน เส้นและริ้วรอยของผู้ใช้แล้วนาจา) ล้ำไปอีก

9. วิธีใหม่ๆ ในการซื้อและใช้ ‘น้ำหอม’

แบรนด์น้ำหอมกำลังลงทุนอย่างหนักในการดึงดูดตลาดใหม่ ๆ ค่ะ แน่นอน… ในยุคโซเชียลแบบนี้ลูกค้าไม่สามารถดมกลิ่นน้ำหอมของแบรนด์ทางอินเทอร์เน็ตได้ แต่ดูเหมือนว่า Jo Malone มีแนวคิดที่จะสร้างนวัตกรรมให้ลูกค้าสามารถเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ของตัวเองเพื่อดมกลิ่นน้ำหอมได้ แต่นะ…มันแค่การตความเรื่องกลิ่น และยังไม่เป็นจริงค่ะ ส่วนสิ่งที่เป็นจริงคือ ‘การคิดนอกกรอบ’ โดยในอนาคตอันใกล้การใช้น้ำหอมจะมีความสร้างสรรค์มากขึ้น เช่น ผลิตน้ำหอมในรูปแบบใหม่ๆ อย่างผงน้ำหอมไม้เนื้อแข็ง หมอนอิง และกระดาษทิชชู

ผู้ผลิตเขาก็แข่งขันกันเอาจริงเอาจัง ส่วนผู้บริโภคอย่างเราก็คงได้แต่รอดูว่าเทรนด์ความงามปีหน้าจะมีอะไรออกมาสั่นสะเทือนกระเป๋าตังค์เราได้อีกบ้าง … อย่างไรก็ตาม ช้อปอย่างมีสตินะคะ

ที่มา: www.harpersbazaar.com

บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

i-con-FB i-con-Line i-con--youtube