ส้มยูซุกับ 15 คุณประโยชน์จัดเต็ม

ส้มยูซุ (Yuzu) เป็นผลไม้ในวงศ์ส้ม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Citrus junos  ผลสีเหลืองอย่างเลมอน มีรสชาติคล้ายเกรปฟรุตและส้มแมนดาริน ส้มยูซุเป็นพืชที่ชอบแสงอาทิตย์ พื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่นจะให้ผลผลิตส้มยูซุที่ดี รสชาติจะหวานกลมกล่อม แต่ถ้าเป็นส้มยูซุที่เติบโตในอากาศเย็นจะไม่ได้รสชาติที่หวานนักแต่มีกลิ่นหอมมากกว่า คนญี่ปุ่นนิยมนำส้มยูซุมาใช้แต่งกลิ่นและรสชาติอาหาร บ้างก็ใช้แค่ผิวส้มยูซุเพื่อทำให้อาหารมีกลิ่นหอมสดชื่นน่ากินมากขึ้น

Yuzu (ยูซุ)  ส้มชนิดนี้จะเป็นผลไม้ที่ปลูกในบริเวณที่มีอากาศร้อนชื้น บริเวณชายฝั่งทะเล พบมากในประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น เอกลักษณ์ของส้มชนิดนี้คือ เม็ดใหญ่ ผิวขรุขระ ที่สำคัญคือเปลือกหนา เนื้อน้อย จึงเป็นส้มที่ไม่นิยมกินเนื้อ แต่ในข้อเสียก็มีข้อดี ตรงที่เปลือกหนานั้นจะทำให้ส้ม มีน้ำมันผิวส้มเยอะมากเป็นพิเศษ มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หอมมาก ไม่เหมือนส้มอื่นๆ อีกทั้งยังมีวิตามินและสารอาหารมากเป็นพิเศษ

– ส้มยูซุมีวิตามินซี ซึ่งมีสูงกว่ามะนาวถึง 3 เท่า
– ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวเต่งตึง มีความยืดหยุ่น
– ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
– ส้มยูซุมีมีกรดซิตริคสูง สามารถป้องกันไวรัส ช่วยลดอาการหวัด ไอ เจ็บคอ และปวดศรีษะ
– ช่วยเสริมภูมิต้านทาน ป้องกันโรคติดเชื้อได้
– ช่วยสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ
– ส้มยูซุประกอบด้วยสาร โนมีลิน (nomilin) ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง
– ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยในการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
– ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส
– ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ
– ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดีชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน
– ช่วยบำรุงสายตาและลดความเสี่ยงการเกิดโรคต้อกระจก
– ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
– ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
– ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือด

หากท่านใดต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

4 วิธีบำรุงขนตาให้งอนงามอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากคิ้วแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าขนตาเป็นสิ่งที่เสริมเสน่ห์ความงามบนใบหน้า แล้วการมีขนตาที่ยาวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งที่สาวๆ ใฝ่ฝัน วันนี้ SI มีบทความดีๆ วิธีช่วยบำรุงขนตาให้งอนยาวสวยมาฝากกันค่ะ

1.ทานโปรตีน
การทานโปรตีนที่ช่วยในการบำรุงขนตาและเส้นผมนั้น ถือเป็นวิธีที่จำเป็นอย่างมากสำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบหรือจำเป็นต้องแต่งหน้าเป็นประจำ เพราะสารเคมีในเครื่องสำอาง มีผลต่อการทำให้ขนตาและผิวบนใบหน้าอ่อนแอได้ ดังนั้นจึงควรบำรุงขนตาด้วยการทานอาหารประเภทโปรตีน เพราะสารอาหารชนิดนี้จะช่วยให้ขนตาและเส้นผมมีความแข็งแรงนั่นเอง

2.ทาน้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติช่วยบำรุงขนตาให้สวยและยาวอย่างเป็นธรรมชาติไม่ต่างจากการใช้น้ำมันมะพร้าวเลย ขั้นตอนการทำง่ายๆ แค่เพียงใช้คัตตอนบัตจุ่มน้ำมันมะกอก แล้วทาบางๆ บริเวณปลายขนตาก่อนนอนทุกคืน ก็จะช่วยให้ขนตางอนยาวและเด้งสวยอย่างเป็นธรรมชาติได้แล้วค่ะ

3.ทาน้ำมันละหุ่ง
เชื่อว่าสาวๆ หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่า น้ำมันละหุ่งคือไอเท็มเด็ดของสาวอินเดีย ที่ช่วยให้สาวอินเดียมีขนตาที่ยาวสวยและเรียงรายเป็นแพอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับใครที่ใฝ่ฝันอยากมีขนตาสวยดกดำและยาวเป็นธรรมชาติแบบสไตล์สาวอินเดีย แนะนำให้ใช้น้ำมันละหุ่งทาบริเวณขนตาก่อนนอนทุกคืน

4.ทาวาสลีน
กระเป๋าเครื่องสำอางของสาวๆ ต้องมีวาสลีนอยู่แน่นอน เพราะถือเป็นไอเท็มเด็ดที่ช่วยบำรุงได้สารพัดอย่าง จะปากแห้งผิวแห้งก็แค่ทาวาสลีน สักพักผิวก็กลับมานุ่มชุ่มชื้นเหมือนเดิม เช่นเดียวกันกับการบำรุงขนตาให้ยาวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถใช้วาสลีนมาทาตั้งแต่บริเวณโคนไปจนถึงปลายขนตาก่อนนอนทุกคืนได้เลย รับรองว่าวิธีนี้ดีไม่แพ้วิธีอื่นๆ เลยทีเดียว

ที่มา : sanook.com

หากท่านใดต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

ไฮยาลูรอนกับคอลลาเจนต่างกันอย่างไร

ไฮยาลูรอน  คำที่สาวๆ ทั้งหลายต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเจ้า “ไฮยาลูรอน” ถึงได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้ แล้วแตกต่างคอลลาเจนอย่างไร และหากใช้มากเกินไปจะมีผลข้างเคียงอย่างไร วันนี้ SI จะพาทุกคนมาหาคำตอบกันค่ะ

“ไฮยาลูโรนิค” กับ “คอลลาเจน” ต่างกันอย่างไร
“คอลลาเจน” คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่อยู่ใต้ชั้นหนังแท้ เปรียบได้ว่าเป็นส่วนสปริงของผิวหนัง ในการสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ จึงช่วยเสริมความเรียบตึงของผิวหนัง และทำให้ผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม “คอลลาเจน” มีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่มาก จึงไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ด้วยการทา เหมือนครีม สกินแคร์ต่างๆ ซึ่งแตกต่างจาก “กรดไฮยาลูโรนิค” ที่มีรูปแบบโมเลกุลที่หลากหลาย สามารถซึบซาบเข้าถึงชั้นผิวได้แตกต่างกันตามรูปแบบโมเลกุล จนสามารถสร้างผิวที่มีความชุ่มชืน นุ่ม ดูอิ่มน้ำ และลดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างล้ำลึก

อันตรายหรือไม่ที่ใช้ “ไฮยาลูโรนิค” มากเกินไป?
“กรดไฮยาลูโรนิค” นั้นจริงๆ แล้วค่อนข้างปลอดภัยต่อผิวพรรณของสาวๆ แต่อย่างไรก็ตาม อะไรที่มากเกินไป หรือน้อยเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นการใช้ “ไฮยาลูโรนิค” ก็ควรอยู่ภายใต้การใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ที่สำคัญสาวๆ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองด้วย เพื่อช่วยลดอัตราความเสี่ยงของอาการแพ้ในผู้ที่มีผิวบอบบาง เพราะสำหรับบางคนก็อาจเกิดอาการแพ้ หรือผลข้างเคียงได้ เช่น รอยแดง คันระคายเคือง มีผื่นขึ้น อันนี้ควรหยุดใช้และรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

ที่มา : thairath.co.th

หากท่านใดต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


9 อาหารบำรุงผิว บอกลาริ้วรอยก่อนวัย

ผิวสวยสุขภาพดีใครก็อยากเป็นเจ้าของ และจะดีกว่ามั๊ยถ้าผิวที่สวยนั้นมาจากภายใน ปัจจัยที่ทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใสสุขภาพดีนั้นได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่ขาดไม่ได้คือ อาหารบำรุงผิว ใครไม่อยากแก่ มีริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน ไม่สดใส ตาม SI มาดู 9 อาหารบำรุงผิวกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

1. มะเขือเทศ
นอกจากในมะเขือเทศจะมีสารไลโคปีน ที่มีวิตามินหลายหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งช่วยลดฮอร์โมน ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำแล้ว ยังมีเบตาแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปกป้องผิว จากรังสี UV ป้องกันไม่ให้แสงแดดมาสร้างความเสียหายให้กับผิว ป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอย ต้านการอักเสบของผิว แถมยังช่วยให้ผิวดูขาว เปล่งปลั่ง และกระจ่างใสอีกด้วย

2. ปลาทะเล
โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ซึ่งมีอยู่ใน ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีน ปลาทูน่า โอเมก้า และ คอลลาเจนในปลาเหล่านี้ จำเป็นต่อผิวพรรณของสาว ๆ มาก เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น และลดการอักเสบ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุอย่างสังกะสี ที่ช่วยกำจัดสิว และ อาการระคายเคือง บำรุงผิวให้เต่งตึง ดูสดใส และมีออร่าจากภายในได้

3. ถั่ว และธัญพืชต่าง ๆ
เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วแดง เมล็ดทานตะวัน และอัลมอนด์ ที่มีเบต้าแคโรทีน กรดไขมันโอเมก้า 3 สังกะสี วิตามินอี และวิตามินบี 12 ที่ต่างก็ช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ และปกป้องผิวจากรังสี UV รวมถึงแร่ธาตุ และ วิตามินอื่น ๆ อย่าง วิตามินบี ซีลีเนียน และวิตามินซี ที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลงชะลอการเกิดริ้วรอยได้ดีเลยละ

4. โยเกิร์ต
ในโยเกิร์ตนั้นอุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่มีชีวิต ช่วยให้ผิวของสาว ๆ ดูอ่อนเยาว์ได้ ด้วยการลดความระคายเคือง และ สิว ต่อสู้กับแบคทีเรียในลำไส้ รวมถึงช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ทำให้ผิวพรรณของสาวๆ ดูผ่องใสขึ้น

5. น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเองก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน และสามารถต้านเชื้อแบคทีเรียได้ รวมถึงมี Humectant ซึ่งจะทำการดึงดูดน้ำ และความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว สาว ๆ หลายคนชอบใช้น้ำผึ้งมาส์กหน้า แต่การทานน้ำผึ้งเป็นประจำ ก็ช่วยบำรุงผิวอีกทางได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังมีวิตามินบี วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงผิว สามารถทานบรรเทาอาการไอคู่กับมะนาว และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ด้วย

6. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
อาหารเพื่อผิวพรรณ บำรุงผิว สมานผิว เช่น แบล็กเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และสตรอว์เบอร์รี ต่างก็อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยบรรเทาไข้หวัด และสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ผิว และปกป้องผิวจากรังสี UV รวมถึงช่วยกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวพรรณดูขาว ใส เปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย และยังช่วยลดปัญหาการเกิดสิว ริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำด้วยนะ เรียกว่าเป็น อาหารบำรุงผิว ที่แท้ทรู

7. เบต้าแคโรทีน
เบต้าแคโรทีน คือ ผัก และ ผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง และแดง อย่างแครอท ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุกนั่นเอง รวมถึงผักที่มีสีเขียวหลายชนิดด้วย เช่น บล็อกโคลี่ มะระ ผักบุ้ง คะน้า เป็นต้น

เบต้าแคโรทีน มีคุณสมบัติเรื่องการบำรุงสายตา ช่วยเรื่องการมองเห็นในที่มืด ทำให้สาว ๆ สามารถมองเห็นได้ดีขึ้น และยังช่วยให้ผิวสวยขึ้น เพราะ เบต้าแคโรทีนช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ไปพร้อม ๆ กันเลย

8. นมถั่วเหลือง
แหล่งโปรตีนชั้นดีที่สาว ๆ ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะมีช่วยในการซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอแล้ว นมถั่วเหลืองยังมีสารไอโซฟลาโวน ที่เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว สารนี้จะเปลี่ยนเป็น ไฟโตรเอสโตรเจน ซึ่งมีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ผิวดูข่าวกระจ่างใสขึ้น แถมถ้าดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ ยังทำให้ผิวนุ่มเนียนขึ้นมาได้ด้วยนะ ลองดื่มดูสิ

9.การดื่มน้ำเปล่า
ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยให้ผิวของสาว ๆ ดูชุ่มชื้นขึ้น เปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม น่าสัมผัส และยังช่วยขับสารพิษ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ฝ้า กระ ทำให้ผิวหมองคล้ำ ออกจากร่างกาย และทำให้สาว ๆ รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ๆ ทำให้เปล่งปลั่งจากภายในอย่างแท้จริง

ที่มา : www.gedgoodlife.com

หากท่านใดต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


เคล็ดลับ! กลับมาสวยปังหลัง WFH

ตอนนี้สถานการณ์ เชื้อไวรัสโควิด 2019 หรือ COVID-19 เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี หลายๆ คนเริ่มกลับมาทำงานกันตามปกติ วันนี้ SI มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้สาวๆ กลับมาดูดีเริ่มต้นทำงานกันอีกครั้ง มาฝากกันค่ะ

1. มาส์กหน้าใส

สิ่งแรกที่ทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน นั่นคือ การหยิบเอาแผ่นมาส์กหน้าที่ซื้อตุนไว้ หรือจะลงทุนทำมาส์กเองด้วยวัตถุดิบจากก้นครัวก็ยิ่งดี ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว กำจัดสิ่งอุดตันที่สะสมอยู่บนหน้า เแถมยังทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายหน้า บอกเลยว่าสาวๆ สามารถมาร์กวันเว้นวันได้เลยทีเดียว

2. สครับผิวตัวเพิ่มออร่า

มาส์กหน้าแล้วอย่าลืมก็อย่าลืมหาสครับดีๆ เนื้อละเอียด มาสครับตัวด้วยนะคะ กำจัดพวกขี้ไคล ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว บริเวณผิวตัว รักแร้ และผ่าเท้า หลังเท้า เตรียมเผยผิวใหม่อย่างสดใส หมั่นทำบ่อยๆ เช่นเดียวกับมาส์กหน้า รับรองใครก็ตามที่เห็น ต้องตกตะลึง!

3. ทำสีผมสวยๆ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่สาวๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด คือการทำสีผมสวยๆ ถึงแม้จะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ใช่ว่าไม่ใครเห็น หันมาถ่ายรูปลงโชเชียลแทน ก็ไม่ผิดกฏอะไรนี่จ๊ะ จริงไหม?

4. บำรุงเส้นผมให้เงาวับ

เมื่อได้สีผมสวยๆ ตามต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยเงางาม ด้วย เซรั่มบำรุงผมทรีทเม้นท์จากธรรมชาติหรือแบบพร้อมใช้ ก็มีให้เลือกมากมาย ว่าแล้วรีบโหลดแอพ สั่งออนไลน์ด่วนๆ

5. บำรุงริมฝีปาก

ก่อนหน้านี้เชื่อว่าสาวๆ แต่ละคน ประโคมเมคอัพสวยๆ แน่นๆ พบปะผู้คนในที่ต่างๆ โดยเฉพาะลิปสติกที่ต้องทาทุกชั่วโมง ทำให้ริมฝีปากลอก แห้ง มีสีคล้ำ รีบจัดการบำรุงริมฝีปากซะตอนนี้สิคะ หมั่นทาลิปบาล์ม ทุกวันหรือ ลิปมาส์ก ในตอนกลางคืนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอที่จะทำให้ริวฝีปากกลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง

6. ฝึกทาเล็บ

ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนให้เสียสตังค์ เพราะตอนนี้อุปกรณ์ทำเล็บ และขั้นตอน ลวดลายแบบต่างๆ มีให้เรียนผ่านออนไลน์มากมาย อาจจะไม่สวยเป๊ะเหมือนทำที่ร้านทำเล็บ แต่เมื่อเราฝึกฝนไปเรื่อยๆ เชื่อว่าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ สู้ๆ

7. อัพสกิลแต่งหน้า

เรียกว่ามีเวลาถมเถที่จะหยิบเอาเมคอัพที่เก็บไว้ในคลังในลิ้นชัก มาอัพสกิวการแต่งหน้า ด้วยโทนสีต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เป๊ะพอ งานนี้ไม่แน่อาจได้เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์อีกคนหนึ่งก็ได้ ใครจะไปรู้

8. นอนให้เต็มอิ่ม

จากที่ต้องรีบตื่นแต่เช้า ทำงาน กว่าจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปสองสามทุ่ม สาวๆ มีเวลาเหลือเฝือที่จะจัดการอะไรต่างๆ ในแต่ละวัน และหันมานอนเร็วขึ้น เพราะการได้นอนเต็มอื่มอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง จะช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้กลับมาสดใสในตอนเช้า มีเรี่ยวแรงทำอะไรสนุกๆ ได้ทั้งวัน

9. ทานอาหารที่มีประโยชน์

ช่วงนี้สาวๆ ควรเน้นทานอาหารดี มีประโยชน์ ครบทั้ง 3 มื้อ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ อาหารปรุงสุกใหม่ๆ เพื่อชดเชยก่อนหน้านี้ที่ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน บางวันไม่ได้ทานมื้อเช้า ไปอัดอีกทีในมื้อดึก นอกจากไม่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นสาเหตุของโรคอ้วน ขาดสารอาหาร อีกด้วย

10. ฟิตหุ่นกันเถอะ
ใครที่อยากออกกำลังกายแต่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก ช่วงนี้เป็นช่วงที่สาวๆ สามารถฟิตหุ่นง่ายๆ ได้ที่บ้าน ด้วยการเปิดยูทูป หาคลิปออกกำลังกายเอ็กเซอไซด์ อาทิ โยคะ วิ่งบนลู่ คาร์ดิโอ เต้นซุมบ้า ถ้าจะให้ดีชวนสมาชิกในบ้านมาออกกำลังกายด้วยกัน สนุกกว่าเดิมแน่นอน

ที่มา : www.beautyhunger.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

คอลลาเจน ใช้อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ก่อนอื่นเลยเราต้องมาทำความรู้จักกับคอลลาเจนกันก่อน จริง ๆ แล้วคอลลาเจนมีอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้วนั่นแหละ เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะในกระดูก กระดูกอ่อน เอ็นกล้ามเนื้อ ขน เส้นผม และเนื้อเยื่อ ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่คอลลาเจนจะเริ่มเสื่อมสลายไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผม ผิว และกระดูกข้อต่อเราเริ่มไม่แข็งแรง การกินอาหารเสริมคอลลาเจนก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้เสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกายให้กลับคืนมา จริง ๆ แล้วคอลลาเจนมีมากกว่า 16 ชนิด แต่หลัก ๆ ที่จำเป็นก็จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด วันนี้ SI จะพาทุกคนไปรู้จัก 4 ชนิดของคอลลาเจนที่จำเป็นต่อร่างกาย ไปดูกันค่ะ

Collagen Type 1 หรือคอลลาเจนประเภทที่ 1 ที่พบได้ที่ชั้นหนังแท้ เอ็น พังผืด เนื้อกระดูกแข็ง พบได้เฉพาะในสัตว์ชั้นสูงเท่านั้น ฉะนั้นการกินคอลลาเจนประเภทนี้จึงช่วยเรื่องผิวเน้น ๆ ค่ะ

Collagen Type 2 ตัวนี้นี่แหละค่ะที่สำคัญกับกระดูกข้อต่อ เพราะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นให้มีการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ ช่วยลดอาการปวดข้อ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้สะดวก การกินคอลลาเจนประเภทนี้จึงช่วยเรื่องข้อโดยตรง

Collagen Type 3 ตัวนี้ก็ส่งเสริมการทำงานบนผิวเช่นกัน แต่พบได้น้อยกว่า เนื่องจากว่าตัวเขาจะอยู่ในเฉพาะผิวใหม่ ผิวเด็ก ผิวที่เป็นแผลที่สร้างใหม่เท่านั้นเอง

Collagen Type 4 ส่วนตัวนี้จะพบได้ในเส้นใยฝอยของเยื่อบุผิวแผ่นบาง ๆ ในบริเวณนอกเซลล์

แล้วใช้อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า คอลลาเจนโปรตีน เป็นโปรตีนที่มีโครงสร้างโมเลกุลใหญ่มาก ดังนั้นคอลลาเจนไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ด้วยการทา ส่วนครีมต่างๆ ที่มีขายตามท้องตลาดที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน ก็จะเป็นการผลักคอลลาเจนให้อยู่ได้แค่ชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น แต่เนื่องจากคอลลาเจนมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ประมาณ 30 เท่าของน้ำหนักตัวมันจึงทำให้ผิวหนังกำพร้าชุ่มชื้น แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยได้อย่างแท้จริง เพราะการเสริมสร้างคอลลาเจน จะต้องเข้าสู่ด้วยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังและการรับประทาน โดยในขณะที่การฉีดจะเสริมคอลลาเจนนั้นก็ได้เพียงเฉพาะที่เท่านั้น เพราะอย่างนั้น “การรับประทานน่าจะเป็นวิธีที่ดีและง่ายที่สุด”

ที่มา : www.wongnai.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

สิวบุกเพราะแมส แก้ไขได้ด้วยทริคง่ายๆ

หน้ากากอนามัย ไอเทมที่ต้องมีติดตัวในช่วง COVID-19 (โควิด 19) หรือ โคโรนาไวรัส ระบาด แต่ปัญหาผิวที่ตามมาคือ ใส่หน้ากากอนามัยแล้วสิวขึ้น ระคายเคือง เป็นผื่น เป็นเพราะอะไรและควรทำอย่างไรดี

จากการระบาดของ COVID-19 (โควิด 19) หรือ โคโรนาไวรัส ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก และยังไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้ในเร็ววันนี้ ทำให้ชีวิตประจำวันของสาว ๆ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยกันเกือบตลอดเวลา เพื่อป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ แต่การสวมหน้ากากอนามัยทุกวันเป็นประจำนี่เอง ใบหน้าของเราจึงต้องสัมผัสกับหน้ากากอยู่บ่อย ๆ ทำให้หลายคนมีปัญหาผิว สิวเยอะขึ้น ระคายเคือง คัน และมีผื่นแดงตามมา เป็นเพราะสาเหตุอะไรและจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร ตาม SI ไปดูกันค่ะ

1. สิวที่เกิดจากการใส่หน้ากากอนามัย

ขณะที่เราสวมใส่หน้ากากอนามัย จะเกิดการเสียดสีระหว่างหน้ากากกับผิวหน้า ทำให้ผิวระคายเคือง เกิดเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ รวมถึงตุ่มหนองขนาดเล็ก ๆ ขึ้นมาได้ และการใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน ๆ ยังทำให้ผิวภายใต้หน้ากากอบไปด้วยความร้อน เหงื่อ และละอองน้ำ ก่อให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค แบคทีเรีย และผิวอุดตันได้ง่าย ซึ่งเป็นอีกต้นเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

2. อาการคันและผื่นแดงจากการใส่หน้ากากอนามัย

อาการคัน และเป็นผื่น อาจจะเกิดขึ้นบริเวณขอบหน้ากาก แก้ม ปาก คางและจมูกก็ได้ ส่วนใหญ่เกิดจากการระคายเคือง เช่น การกดทับ การขยับไป-มา มากกว่าเกิดจากการแพ้สัมผัสจากส่วนประกอบของหน้ากากอนามัย

ทั้งนี้ จากข้อมูลงานวิจัยในช่วงนี้มีการระบาดของโรค SARS ระหว่างปี ค.ศ. 2002-2004 พบว่า บุคลากรทางการแพทย์ 35.5% มีปัญหาผิวจากการใช้หน้ากากชนิด N95 อย่างต่อเนื่อง โดย 59.6% เป็นสิว, 51.4% มีอาการคันหน้า และ 35.8% มีผื่นที่ใบหน้า (ใน 1 คนอาจมีหลายอาการได้) ซึ่งในจำนวนนี้ พบคนที่ใส่ N95 ส่วนหนึ่งแพ้สารฟอร์มาลดีไฮด์ที่อยู่ใน N95 นั่นเอง แต่คนที่ใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดายังไม่พบว่ามีการแพ้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจากรายงานกรณีแพทย์ที่มีผื่นแพ้สัมผัสจากหน้ากากอนามัย โดยมีอาการผื่นคันที่หน้าผาก เปลือกตา และแก้ม ซึ่งเป็นหลังจากช่วงที่เข้าห้องผ่าตัด และอาการผื่นดีขึ้นในช่วงวันหยุดที่ไม่ได้ผ่าตัด เคสนี้ได้ทดสอบการแพ้ พบว่าแพ้สารไทยูแรม (Thiauram) ซึ่งพบว่าอยู่ในส่วนที่เป็นสายคล้องหูของหน้ากากนั่นเอง

ดังนั้น หากเกิดอาการคัน เป็นผื่น จากการใส่หน้ากากอนามัย อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าแพ้หน้ากากอนามัย เพราะเคสผื่นแพ้สัมผัสแบบนี้เจอได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการทดสอบการแพ้ (Patch test) ก็สามารถทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกคน

เทคนิคลดปัญหาผิว จากการใส่หน้ากากอนามัย

วิธีใส่หน้ากากอนามัยแบบง่าย ๆ ที่จะช่วยลดปัญหาผิว ทั้งสิว ผื่นคัน และอาการแพ้ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้

1. ล้างหน้าให้สะอาด เพื่อลดโอกาสเสื่ยงจากการเกิดสิว จึงควรล้างหน้าให้สะอาดมากขึ้น ด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับผิว รีเช็กการทำความสะอาดขั้นตอนสุดท้ายโดยใช้โทนเนอร์เช็ดที่ผิว จนกว่าจะไม่มีคราบบนสำลี และควรล้างหน้าเมื่อมีเหงื่อออกมาก โดยไม่ต้องขัดหรือสครับผิวหน้า

2. งดแต่งหน้า ถ้าจำเป็นต้องแต่งจริง ๆ ให้เว้นใบหน้าครึ่งล่างไว้ แต่งเฉพาะครึ่งบนได้

3. เลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่ทำให้อุดตันหรือเป็นสิว วิธีง่าย ๆ คือให้สังเกตตรงฉลากจะมีคำว่า Oil-free, Non-comedogenic, Non-acnegenic, Won’t clog pore เป็นต้น

4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพอากาศร้อน ที่มีผู้คนแออัด

5. ถอดหน้ากากอนามัยออกบ้าง เวลาที่อยู่คนเดียว หรืออยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก และผู้คนไม่พลุกพล่าน

6. หาทิชชูสะอาดบาง ๆ คั่น ระหว่างหน้ากากอนามัยกับใบหน้า

7. เปลี่ยนหน้ากากอนามัยอย่างน้อยวันละครั้ง ไม่ควรใช้ซ้ำ

8. กินยาแก้แพ้ แก้คัน ช่วยลดอาการคันได้ ถ้าไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์

9. ถ้าเป็นสิว ทายาแต้มสิวได้ ถ้าเป็นเยอะหรือไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เช่นกัน

10. ระวังไม่ให้เส้นผมเข้าไปในหน้ากากอนามัย เพราะความมันจากเส้นผมก็เป็นสาเหตุของสิวได้

11. ไม่ควรลองใช้สกินแคร์หรือเครื่องสำอางใหม่ ๆ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะแพ้ของใหม่

12. ทำความสะอาดพัฟหรือแปรงแต่งหน้า สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

13. เปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าปูที่นอน ควรซักและเปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน เป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือถ้าจะให้ดี เปลี่ยนสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็ได้

14. ลดสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เป็นสิว เช่น ไม่จับหน้าบ่อย ๆ ไม่นอนดึก ไม่กินของหวาน ๆ

รู้แบบนี้แล้ว สาว ๆ ก็ลองนำไปปรับเปลี่ยนวิธีการใส่หน้ากากอนามัยของตัวเองกันดู และอย่าลืมให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าหลังถอดหน้ากากอนามัยกันด้วยนะคะ คราวนี้การใส่หน้ากากก็จะไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้หน้าพังอีกแล้ว ถึงไวรัสจะมา แต่หน้าเราต้องรอด

ที่มา : เฟซบุ๊ก Dr. Yui คุยทุกเรื่องผิว

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


สวย จบ ครบ ด้วยมะละกอ

เชื่อว่าทุกคนคงรู้ถึงคุณประโยชน์ของ มะละกอสุกกันบ้างไม่มากก็น้อย ผลไม้สีส้มที่มาพร้อมคุณประโยชน์เพื่อสาวๆ ทั้งในเรื่องความสวยความงาม มีผิวสวยเป๊ะ  และสุขภาพดี ไร้โรคภัยเป็นของแถม เรียกว่าครบคุณค่าแห่งการบำรุงทั้งภายในและภายนอกก็ว่า วันนี้ SI จึงนำคุณประโยชน์ดีๆ จากมะละกอมาแนะนำให้สาวๆ ได้รู้จักกัน ไปดูกันเลยค่ะ

สารอาหารที่สำคัญในมะละกอ
อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด อาทิ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม สามารถนำมารักษาอาการท้องผูก ใช้เป็นยาขับพยาธิ ใช้แก้โรคปวดข้อ เป็นต้น วงการแพทย์แผนปัจจุบันค้นพบว่ามะละกอนั้นมีเอนไซม์หลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เอนไซม์พาเพน (Papain) ที่ช่วยย่อยโปรตีน ยังมีเอนไซม์คาเพน (Capain) ที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านการเกิดของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ช่วยบำรุงอวัยวะภายในต่าง ๆ และสำหรับมะละกอสุกยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซี ที่สำคัญก็คือมะละกอจัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีแคโรทีนอยด์ (วิตามินเอ) สูง

มะละกอและประโยชน์ต่อความงาม
มะละกออุดมด้วยวิตามินเอสูง บำรุงผิวพรรณ ลดความหยาบกร้านของผิว และยังช่วยรักษาดวงตา ส่วนวิตามินซีในมะละกอ ช่วยในการผลิตคอลลาเจนในผิวหนัง มีสารป้องกันการฟกช้ำ นอกจากนี้เอนไซม์ในมะละกอยังช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว ช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออก ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส และช่วยซ่อมแซมคอลลาเจน ความยืดหยุ่นของผิว เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย

ตัวช่วยเรื่องผิวเนียนสวย ไร้ริ้วรอย เปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์
มะละกอสุก นอกจากความหวานอร่อย ฉ่ำที่มีเนื้อนุ่มและอุดมด้วยใยอาหาร ทานแล้วอิ่มได้นาน แทนขนมหวานยามท้องว่างดีเลยล่ะ สำหรับสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้น มะละกอมีวิตามินเอและซีสูงมากทีเดียว โดยมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวจึงป้องกันและต่อต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กินเป็นประจำจึงช่วยให้ผิวสวย

บำรุงดวงตาคู่สวย
สารเบต้าแคโรทีนเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วมันจะกลายมาเป็นวิตามินเอ นอกจากจะทำหน้าที่บำรุงสายตาที่ดี ให้คมชัดขึ้น ลดอาการปวดล้าดวงตาอย่างได้ผล และช่วยบำรุงดวงตาให้สุขภาพดีเสมอ สังเกตเห็นได้ว่าดวงตาจะฉ่ำน้ำ ดูมีประกาย

หมดปัญหาท้องผูก
คนที่มีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ จะดูผิวพรรณหมองคล้ำ หน้าตาไม่สดชื่นแจ่มใส ดูไม่มีชีวิตชีวา เมื่อเรากินมะละกอเป็นประจำ ใยอาหารจะช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ มะละกอก็จะเปรียบเสมือนได้ทำหน้าที่กวาดล้างของเสียออกจากลำไส้ ส่งผลให้ผิวพรรณสะอาด เปล่งปลั่งกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกจนคุณสังเกตได้แน่นอน

หุ่นสวยเป๊ะ
มะละกอ เป็นผลไม้ที่ช่วยขับสารพิษของเสียออกจากร่างกาย แถมยังช่วยกำจัดไขมันต่างๆ ภายในร่างกายได้ด้วยใยอาหาร ที่เมื่อทานเข้าไปก็จะรู้สึกอิ่มง่าย และมะละกอมีเอนไซน์ปาเปน ที่จะช่วยย่อยโปรตีน และย่อยอาหาร จึงช่วยลดน้ำหนักได้อีกทางด้วย

มาส์กหน้าผิวสวย
ในมะละกออุดมไปด้วยวิตามินเอและเอนไซม์ปาเปน ที่จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและช่วยเติมความชุ่มชื้นต่อผิว นำมะละกอบดผสมกับน้ำผึ้ง หรือนมสดนำมามาสก์หน้าเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและสดใส อีกทั้งมันยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ด้วย

สิวแค่ไหนก็ไปไกลๆ
นำเนื้อมะละกอสุกบดผสมกับขมิ้นสดบด ใช้ส่วนผสมนั้นแต้มสิว หรือจะเป็นครีมมาสก์ผิวได้ทั้งหน้าเลย จะช่วยในการรักษาสิวและรอยสิว ซึ่งกรดอัลฟา-ไฮดร็อกซี่ในผลไม้ และคุณสมบัติพิเศษของขมิ้นชัน จะช่วยรักษาและปัญหาสิวต่างๆ ได้

ช่วยรักษาอาการส้นเท้าแตก
นำมะละกอสดบดมาผสมกับกล้วยและน้ำผึ้ง จากนั้นนำมาพอกตรงส่วนที่แห้งแตก ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วค่อยล้างออก ทำซ้ำประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ส้นเท้าของคุณกลับมานุ่มเนียนไม่แห้งแตกอีกต่อไปมะละกอ

ที่มา : kaijeaw.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


รู้จัก ดอกเกลือ กับคุณประโยชน์รอบด้าน

ดอกเกลือ เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้จัก ดอกเกลือ กันบ้างไม่มากก็น้อย ดอกเกลือ เป็นวัตถุดิบอย่างหนึ่งที่ได้จากการผลิตเกลือทะเล ซึ่งพบว่ามีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นในด้านการรักษาโรค การดูแลสุขภาพผิวพรรณ และร่างกาย วันนี้ SI จะพาทุกคนไปรู้จักเจ้าดอกเกลือนี้กันให้มากขึ้นไปดูกันเลยค่ะ

ดอกเกลือคือผลผลิตแรกของการทำนาเกลือ ซึ่งมีลักษณะเป็นเกลือทะเลที่อยู่บนผิวน้ำ หากชิมรสจะมีความรู้สึกว่าไม่เค็มมากเท่าไรและมีความหวานบ้างเล็กน้อยดอกเกลือที่มีความบริสุทธิ์มากๆ จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิด เช่น ไอโอดีน แคลเซียม และแมกนีเซียม เป็นต้น ดอกเกลือยังมีค่าความชื้นสูงกว่าเกลือธรรมดาทั่วไปถึง 5 เท่า ทำให้สามารถนำแร่ธาตุเหล่านั้นซึมซับสู่ผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่นิยมในการนำมาใช้รักษาโรคผิวหนัง และใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สปา รวมไปถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ดอกเกลือกับเกลือทั่วไปมีความแตกต่างกันอย่างไร
หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าดอกเกลือนั้นมีความแตกต่างจากเกลือธรรมดาอย่างไร นอกจากจะมีความบริสุทธิ์สะอาดมากกว่าเกลือเม็ดทั่วไปแล้วยังมีความแตกต่างในหลายๆด้านดังนี้

รสชาติ
ดอกเกลือจะมีความเค็มน้อยกว่าเกลือทั่วไป ซึ่งตอบโจทย์ให้กับคนที่ต้องการลดระดับความเค็มลงมาได้

ราคา
เนื่องจากดอกเกลือมีปริมาณน้อยและหายากเมื่อเทียบกับเกลือทั่วไป จึงทำให้ดอกเกลือมีราคาสูงกว่า

การใช้ประโยชน์
ดอกเกลือกับเกลือทั่วไปต่างก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป กล่าวคือ ดอกเกลือใช้สำหรับในการรักษาสุขภาพในด้านโรค ด้านความงาม และการปรุงอาหารที่ไม่ต้องการรสเค็มมากนัก ส่วนเกลือทั่วไปจะให้ประโยชน์ทางด้านการปรุงอาหารประเภทกะปิ ปลาร้า หรือซอสและผักดอง เป็นต้น

ดอกเกลือกับการใช้รักษาโรค
ด้วยความที่ดอกเกลือนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ดังนั้นหากใครเป็นโรคต่างๆ ที่กล่าวถึงมานี้ เราสามารถใช้ดอกเกลือช่วยบรรเทาอาการหรือรักษาโรคอย่างง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง

กลาก เกลื้อน และโรคสะเก็ดเงิน
ให้นำดอกเกลือผสมน้ำแล้วนำมาอาบบริเวณที่เป็นโรค

ปวดข้อต่อ
นำดอกเกลือละลายกับน้ำอุ่นแล้วใช้ผ้าชุบน้ำ จากนั้นให้ประคบตรงข้อต่อที่ปวด

กลิ่นเท้าเหม็น
นำดอกเกลือผสมกับน้ำอุ่นแล้วแช่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ทำซ้ำบ่อย ๆ

รักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ
นำดอกเกลือผสมกับน้ำเล็กน้อยแล้วขัดหนังศีรษะให้ทั่ว เมื่อขัดแห้งแล้วให้ล้างออกเพื่อขจัดเศษเกลือ

ผมร่วง
นำดอกเกลือละลายในน้ำอุ่นแล้วจุ่มผมลงไปให้เปียกชุ่มจนถึงหนังศีรษะ นวดหนังศีรษะประมาณ 3 นาที จากนั้นหมักไว้ด้วยการโพกผ้าขนหนูอีก 3 นาทีเช่นเดียวกัน เสร็จแล้วก็สระผมให้สะอาดและควรทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง

โรคช่องปาก
นำดอกเกลือผสมกับยาสีฟันหรือนำมาผสมกับน้ำแล้วบ้วนปากก็ได้

ดอกเกลือ กับสุขภาพความงาม
เมื่อสุขภาพความงามนั้นกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยในยุคนี้ หลายคนจึงสรรหาวิธีการมากมายที่จะช่วยถนอมดูแลผิวพรรณให้ดีที่สุด ซึ่งดอกเกลือก็สามารถช่วยในด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการนำมาผสมกับน้ำมันที่มาจากธรรมชาติหรือส่วนผสมอื่นๆ สำหรับการสครับผิวหรือขัดผิว ช่วยในเรื่องของผิวพรรณดังนี้

แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดรอยจุดด่างดำ
จากสถาบันวิจัยเกลือ ในสหรัฐอเมริกา พบว่า ดอกเกลือสามารถลดรอยจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้เป็นอย่างดี มีแร่ธาตุโพแทสเซียมช่วยให้ผิวสดชื่นขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ผลัดเซลล์ผิว ขจัดสิ่งตกค้าง
เพียงนำดอกเกลือมาผสมครีมอาบน้ำหรือสมุนไพรต่างๆมาขัดผิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำเพียง 1 ครั้ง/สัปดาห์จะสังเกตได้ว่าผิวจะดูผ่องสดใสมากขึ้น เพราะดอกเกลือมีคุณสมบัติในขจัดสิ่งสกปรกตกค้างและความมันส่วนเกินในร่างกาย

ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ผิว
ความเข้มข้นของดอกเกลือมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค แร่ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต จึงทำให้ผิวดูผ่องใส เปล่งปลั่งและตึงกระชับ

ที่มา : sanook.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


4 วิธีใส่แมสก์ ล็อคเมคอัพแน่นแม้ต้องใส่หน้ากาก!

โควิดก็ต้องกลัว ความสวยก็ยังต้องมี ช่วงที่ต้องใส่แมสก์ทุกวันแบบนี้ ต้องมาดู วิธีใส่แมสก์ยังไง ให้เครื่องสำอางไม่หลุด เชื่อว่าสาวๆ ต้องพบเจอปัญหาเครื่องสำอางหลุดติดแมสก์มาบ้างไม่มากก็น้อย วันนี้ SI มี 4 วิธี สวยไม่ต้องสะดุดแม้ต้องใส่หน้ากากมาฝากกันค่ะ

1. ใช้หน้ากากอนามัยรุ่นป้องกันเครื่องสำอางเลอะโดยเฉพาะ 
ไอเทมยอดฮิตของสาวญี่ปุ่น อาจยากหน่อยในยุคนี้ เพราะลำพังแมสก์ธรรมดาก็หายากแล้ว แต่สาวๆ คนไหนชอบแต่งหน้าและหาได้ ยำว่าหาได้! ต้องมีติดตัวนะคะ เพราะว่าช่วยป้องกันเครื่องสำอางเลอะเทอะได้ดีมาก

2. ใช้สเปรย์สำหรับเมคอัพ ล็อคเมคอัพแน่นเพิ่มความเป๊ะ จะกี่แมสก์ก็ไม่หวั่น
อีกหนึ่งตัวช่วยล็อคเมคอัพให้แน่นไม่หลุดติดแมสก์นั่นก็คือ สเปรย์เซ็ตเครื่องสำอาง ไอเทมเด็ดที่สาวๆ ต้องพกติดตัว

3. ใช้ทิชชู่บางๆ ทับแมสก์ก่อน
สาวหน้ามันมากๆ ที่ลองวิธีไหนก็ยังพัง อีกหนึ่งวิธีที่พอจะช่วยได้นั่นก็คือ ทิชชู่ โดยใช้ทิชชูสวมทับแมสก์ก่อนใส่ กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ

4. เทรนด์ฉ่ำวาวหลบไป เนื้อแมตต์ต้องมา
เลี่ยงรองพื้นเนื้อฉ่ำวาว จุดนี้เนื้อแมตต์ต้องมา! ลิปแมตต์ก็ต้องมาเช่นกัน สำหรับสาวๆ ที่ชอบงานฉ่ำๆ ต้องพักก่อน เปลี่ยนลุคเปลี่ยนชีวิตได้เลยจ้า

ที่มา : รีวิวมนุษย์ผิวแห้ง

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน