9 อาหารบำรุงผิว บอกลาริ้วรอยก่อนวัย

ผิวสวยสุขภาพดีใครก็อยากเป็นเจ้าของ และจะดีกว่ามั๊ยถ้าผิวที่สวยนั้นมาจากภายใน ปัจจัยที่ทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใสสุขภาพดีนั้นได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่ขาดไม่ได้คือ อาหารบำรุงผิว ใครไม่อยากแก่ มีริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน ไม่สดใส ตาม SI มาดู 9 อาหารบำรุงผิวกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

1. มะเขือเทศ
นอกจากในมะเขือเทศจะมีสารไลโคปีน ที่มีวิตามินหลายหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งช่วยลดฮอร์โมน ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำแล้ว ยังมีเบตาแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปกป้องผิว จากรังสี UV ป้องกันไม่ให้แสงแดดมาสร้างความเสียหายให้กับผิว ป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอย ต้านการอักเสบของผิว แถมยังช่วยให้ผิวดูขาว เปล่งปลั่ง และกระจ่างใสอีกด้วย

2. ปลาทะเล
โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ซึ่งมีอยู่ใน ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีน ปลาทูน่า โอเมก้า และ คอลลาเจนในปลาเหล่านี้ จำเป็นต่อผิวพรรณของสาว ๆ มาก เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น และลดการอักเสบ แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุอย่างสังกะสี ที่ช่วยกำจัดสิว และ อาการระคายเคือง บำรุงผิวให้เต่งตึง ดูสดใส และมีออร่าจากภายในได้

3. ถั่ว และธัญพืชต่าง ๆ
เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วแดง เมล็ดทานตะวัน และอัลมอนด์ ที่มีเบต้าแคโรทีน กรดไขมันโอเมก้า 3 สังกะสี วิตามินอี และวิตามินบี 12 ที่ต่างก็ช่วยยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ และปกป้องผิวจากรังสี UV รวมถึงแร่ธาตุ และ วิตามินอื่น ๆ อย่าง วิตามินบี ซีลีเนียน และวิตามินซี ที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ลงชะลอการเกิดริ้วรอยได้ดีเลยละ

4. โยเกิร์ต
ในโยเกิร์ตนั้นอุดมไปด้วยโปรไบโอติกที่มีชีวิต ช่วยให้ผิวของสาว ๆ ดูอ่อนเยาว์ได้ ด้วยการลดความระคายเคือง และ สิว ต่อสู้กับแบคทีเรียในลำไส้ รวมถึงช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ทำให้ผิวพรรณของสาวๆ ดูผ่องใสขึ้น

5. น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเองก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน และสามารถต้านเชื้อแบคทีเรียได้ รวมถึงมี Humectant ซึ่งจะทำการดึงดูดน้ำ และความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว สาว ๆ หลายคนชอบใช้น้ำผึ้งมาส์กหน้า แต่การทานน้ำผึ้งเป็นประจำ ก็ช่วยบำรุงผิวอีกทางได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังมีวิตามินบี วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงผิว สามารถทานบรรเทาอาการไอคู่กับมะนาว และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ด้วย

6. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
อาหารเพื่อผิวพรรณ บำรุงผิว สมานผิว เช่น แบล็กเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และสตรอว์เบอร์รี ต่างก็อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยบรรเทาไข้หวัด และสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ผิว และปกป้องผิวจากรังสี UV รวมถึงช่วยกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวพรรณดูขาว ใส เปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย และยังช่วยลดปัญหาการเกิดสิว ริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำด้วยนะ เรียกว่าเป็น อาหารบำรุงผิว ที่แท้ทรู

7. เบต้าแคโรทีน
เบต้าแคโรทีน คือ ผัก และ ผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง และแดง อย่างแครอท ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุกนั่นเอง รวมถึงผักที่มีสีเขียวหลายชนิดด้วย เช่น บล็อกโคลี่ มะระ ผักบุ้ง คะน้า เป็นต้น

เบต้าแคโรทีน มีคุณสมบัติเรื่องการบำรุงสายตา ช่วยเรื่องการมองเห็นในที่มืด ทำให้สาว ๆ สามารถมองเห็นได้ดีขึ้น และยังช่วยให้ผิวสวยขึ้น เพราะ เบต้าแคโรทีนช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ไปพร้อม ๆ กันเลย

8. นมถั่วเหลือง
แหล่งโปรตีนชั้นดีที่สาว ๆ ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะมีช่วยในการซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอแล้ว นมถั่วเหลืองยังมีสารไอโซฟลาโวน ที่เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว สารนี้จะเปลี่ยนเป็น ไฟโตรเอสโตรเจน ซึ่งมีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ผิวดูข่าวกระจ่างใสขึ้น แถมถ้าดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ ยังทำให้ผิวนุ่มเนียนขึ้นมาได้ด้วยนะ ลองดื่มดูสิ

9.การดื่มน้ำเปล่า
ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะช่วยให้ผิวของสาว ๆ ดูชุ่มชื้นขึ้น เปล่งปลั่ง เนียนนุ่ม น่าสัมผัส และยังช่วยขับสารพิษ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ฝ้า กระ ทำให้ผิวหมองคล้ำ ออกจากร่างกาย และทำให้สาว ๆ รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก ๆ ทำให้เปล่งปลั่งจากภายในอย่างแท้จริง

ที่มา : www.gedgoodlife.com

หากท่านใดต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


7 ผักผลไม้ธรรมชาติขับสารพิษออกจากร่างกาย

ปัจจุบันประเทศไทยเต็มไปด้วยมลพิษต่างๆ มากมาย รวมไปถึงอาหารที่ทานกันในทุกๆ มื้อก็อาจมีสารพิษเจือปนอยู่ได้ และหากร่างกายได้รับสารพิษในปริมาณมาก ก็อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้นวิธีที่ดีเราจะต้องขับสารพิษออกบ้าง และ 7 ผักผลไม้เหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยในการขับสารพิษได้เป็นอย่างดี จะมีอะไรบ้างนั้นตาม si ไปดูกันค่ะ

1.มะละกอ

เริ่มด้วยมะละกอ ผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบ มะละกอขึ้นชื่อในเรื่องของการช่วยระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างปกติ และยังสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ โดยสามารถดักจับสารพิษที่จะเข้ามายังบริเวณลำไส้ใหญ่ เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายและลำไส้ใหญ่ทำงานได้อย่างปกติ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นมะละกอสุก ไม่ใช่มะละกอดิบในส้มตำ ถึงจะให้คุณประโยชน์เหล่านี้ได้

2.สับปะรด

ต่อด้วยสับปะรด ที่อุดมไปด้วยวิตามินและกากใย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยขับสารพิษที่ไม่จำเป็นออกไป นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

3.หัวหอมใหญ่

หลายคนไม่ชอบทานเจ้าหอมใหญ่ แต่คุณรู้หรือไม่! หอมหัวใหญ่มีกรดอะมิโนที่จะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างปกติ ใครที่ไม่ชอบทานต้องลองเปิดใจ แล้วจะรู้ว่าดีจริง!

4.แอปเปิล

ผลวิจัยจากประเทศฝรั่งเศส พบว่าแอปเปิล เป็นผลไม้ที่สามารถล้างสารพิษในร่างกายได้มากที่สุด เพราะแอปเปิลอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่จะช่วยในเรื่องขับถ่าย และสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด อีกทั้งยังมีเบต้าแคโรทีน และวิตามินซีที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ดี

5.แตงโม

แตงโมก็สามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้เช่นกัน เพราะแตงโมเป็นผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำถึง 92% โดยจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย และสามารถช่วยขับปัสสาวะได้ ซึ่งสารพิษก็จะถูกขับออกมาได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนัก เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดความอ้วนอย่างยิ่งทีเดียว

6.ขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ โดยจะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายผ่านเหงื่อ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และยังเหมาะสำหรับการเป็นเครื่องดื่มให้กับผู้สูงอายุ เพราะจะช่วยบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

7.แก้วมังกร

ปิดท้ายด้วยผลไม้สีสันน่าทาน อย่างแก้วมังกร ที่มีฤทธิ์ช่วยขับสารพิษในร่างกายที่เป็นโลหะหนักได้ดี เช่น สารตะกั่ว ยาฆ่าแมลง อีกทั้งยังช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากมะเร็ง

สำหรับใครที่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพ ที่จะช่วยขับสารพิษและของไม่ดีในร่างกายได้ 7 อาหารที่เรานำมาฝาก หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย เมื่อทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การป้องกันตัวเองจากสารพิษ เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การเลือกทานผักออร์แกนิค ก็จะช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเยี่ยมเยือนเช่นกัน โดยเฉพาะโรค Covid-19 ที่เราเผชิญกันในปัจจุบันนั่นเอง

ที่มา : www.sanook.com

หากท่านใดต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


6 สมุนไพรตัวเทพตัวช่วยผลิตคอลลาเจน

คอลลาเจน คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัวของ กรดอะมิโน (Amino Acid) หลายชนิดต่อกัน โดยปกติร่างกายมนุษย์จะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น ขน และเส้นผม รวมไปถึงเนื้อเยื่อทั้งหมดในร่างกาย โดยคอลลาเจนจะผลิตได้มากในขณะที่เราอายุยังน้อย และจะค่อยๆ ลดปริมาณการผลิตลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เมื่อปริมาณคอลลาเจนลดลงก็จะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ กับผิวพรรณ เช่น ผิวพรรณขาดความกระชับ หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และเกิดความหมองคล้ำ จึงทำให้คนส่วนมากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนมาทดแทนในส่วนที่ขาดหายไปนั่นเอง วันนี้ SI มี 6 สมุนไพรที่ช่วยการผลิตคอลลาเจน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันค่ะ

ว่านหางจระเข้ (Aloe) มีส่วนในการรักษาบาดแผลโดยการเพิ่มการผลิตคอลลาเจน

บิลเบอร์รี่ (Bilberry) มีสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยให้คอลลาเจนคงตัว

ดาวเรือง (Calendula) นักวิจัยเชื่อว่าครีมดาวเรืองจะช่วยรักษาแผลและช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้

หญ้าหางม้า (Horsetail) มีซิลิกา (Silica) เป็นองค์ประกอบซึ่งเป็นสารที่ร่างกายต้องการเพื่อผลิตคอลลาเจนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

น้ำเต้า (Bottle gourd) มีสารไฟโตเอสโทรเจน (Phytoestrogens) ที่ช่วยป้องกันริ้วรอย อีกทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย

กวาวเครือขาว มีสารกลุ่มไฟโตเอสโทรเจน (Phytoestrogens) และโครมีน (Chromene) ที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน จากงานวิจัยพบว่า ไฟโตเอสโทรเจนและเอสโตรเจนจะช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นหนังแท้ได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิง

ที่มา : www.honestdocs.co

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


อาหารเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในช่วงโควิด

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังมีการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ทำให้สร้างความตื่นกลัวไปทั่ว โดยเชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายผ่านละอองน้ำในอากาศได้ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปิดเป็นระยะเวลานาน และสาเหตุการติดเชื้อส่วนใหญ่ เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ หรือการหายใจเอาละอองน้ำที่มีเชื้อเข้าไป จึงเป็นต้นเหตุให้ผู้ที่ได้รับเชื้อเกิดปอดอักเสบชนิดรุนแรง และอาจทำให้เสียชีวิตได้ทางที่ดีที่สุดคือการเตรียมพร้อมป้องกันนั่นเอง โดยการใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ และควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดและมีมลภาวะเป็นพิษ รวมถึงพื้นที่ที่อากาศปิดเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้การเตรียมสุขภาพร่างกายให้พร้อม โดยการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงและความรุนแรงจากการติดเชื้อนี้ได้

โดยระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) คือ ระบบที่ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ที่เป็นอันตรายไม่ให้เข้ามาทำอันตรายต่อร่างกายหรือหากเราได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันก็จะกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นให้หมดไปจากร่างกายโดยเร็วและอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเสริมภูมิคุ้มกันก็ทำได้ด้วยการดูแลรักษาตัวเองเบื้องต้นเพื่อให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอเช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารให้ครบหมู่โดยคำนึงถึงสารอาหารที่ควรได้รับอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะในช่วงนี้การเพิ่มสารอาหารในการสร้างระบบภูมิคุ้มกันจึงเป็นเรื่องจำเป็นซึ่ง SI มีบทความดีๆ  เคล็ดไม่ลับในการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมาฝาก ง่ายๆ เลยก็คือ การรับประทานวิตามินและสารอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

1 วิตามินซี (Vitamin C)
ข้อมูลจากงานวิจัยทางการแพทย์ พบว่าวิตามินซีมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน รวมถึงการเสริมสร้างความแข็งแรงของภูมิต้านทานต่อโรคติดเชื้อ มีรายงานว่าผู้ที่มีระดับวิตามินซีในร่างกายสูงจะหายจากการเจ็บป่วยบางชนิดเช่นไข้หวัด และการติดเชื้อไวรัสได้เร็วกว่าคนที่ไม่ได้รับวิตามินซีเสริม โดยวิตามินซีจะพบมากในอาหารประเภทผัก ผลไม้สด โดยเฉพาะผลไม้กลุ่ม Citrus fruits ได้แก่ส้ม มะนาว เกรปฟรุต รวมถึงผักบางชนิดเช่น บรอคโคลี่ กะหล่ำต่างๆ และมะเขือเทศ

2 กระเทียม (Garlic)
มีงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันชัดเจน ถึงคุณสมบัติของสารอัลลิซิน (Allicin) ในกระเทียมที่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสและเชื้อโรคอีกหลายชนิด ทั้งยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น เม็ดเลือดขาว และเม็ดเลือดแดงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น มีข้อมูลที่บ่งชี้ชัดเจนว่าผู้ที่รับประทานกระเทียมเป็นประจำ จะมีโอกาสป่วยลดลงและหายจากอาการป่วยด้วยโรคติดเชื้อเร็วขึ้น

3 เอ็กไคนาเซีย (Echinacea)
เอ็กไคนาเซียเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งเป็นสมุนไพรที่ช่วยการฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทาน จากงานวิจัยพบว่าเอ็กไคนาเซียมีคุณสมบัติยับยั้งการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส นอกจากนี้ช่วยกระตุ้นส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่มีตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายซึ่งก็คือ เซลล์แมคโครฟาจ (Macrophage) และเซลล์ภูมิต้านทานชนิด NK Cell (Natural Killer Cell) ซึ่งเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย เซลล์แมคโครฟาจในเม็ดเลือดขาว จะเป็นปราการด่านแรกในการทำลายเชื้อโรค ทำให้กำจัดเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมในร่างกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนเซลล์ภูมิต้านทานชนิด NK Cell ทำให้ระบบภูมิต้านทานโรคกำจัดเชื้อโรคได้เร็วขึ้นกว่าปกติ

ที่มา : พญ.อนงนุช ชวลิตธำรงค์

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

ฟ้าทะลายโจรราชายาขมต้านไวรัส COVID-19

ปัจจุบันสถานการณ์ของ Coronavirus (COVID-19) โรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส สามารถทำให้เกิดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอย่างรุนแรง  กระแสฟ้าทะลายโจรตอนนี้ก็กำลังมาแรงมากเช่นกัน ว่าฟ้าทะลายโจร สามารถใช้รักษา หรือเป็นยาต้าน​ COVID-19 ได้หรือไม่ วันนี้ SI พาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ

1. ป้องกันการติดเชื้อ

จากงานวิจัย T.Jayakumar, Hsieh, J. Lee และ Joen-Rong Sheu ในปี ค.ศ. 2013 แสดงให้เห็นว่าฟ้าทะลายโจรมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบ(Anti- imflammatory) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ต้านจุลินทรีย์ เชื้อแบคทีเรีย(Antimicrobial) และต้านมะเร็ง (Anticancer) นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดอาการไซนัสอักเสบ ลดอาการจากเชื้อไวรัส HIV และไขข้ออักเสบ นักวิจัยเชื่อว่าจะสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ในอนาคต

2. ระดับฮิสตามีน (Histamine Level)

Histamine คือ สารต้านการอักเสบภายในร่างกาย จากการวิจัย Xuquqang HA, Ya Wen และนักวิจัยคนอื่น ๆ ในปี ค.ศ. 2015 พบว่า ฟ้าทะลายโจร มีสารประกอบ 3 ชนิด คือ EAE, AEE และ NBE ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์และน้ำหนักของ PLNs นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับ Histamineให้สูงขึ้น

3. รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ

จากการวิจัยพบว่า ฟ้าทะลายโจรช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับการติดเชื้อทางเดินหายใจต่าง ๆ สามารถต้านมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคตับ และต้านอาการอักเสบ และบำรุงร่างกาย ป้องกันโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย

4. ต่อต้านจุลินทรีย์

จากการศึกษาของ .M Rahman, S.H. Ahmad และนักวิจัยอื่น ๆ ในปี ค.ศ. 2014 แสดงให้เห็นว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถต่อต้านจุลินทรีย์ โดยการลดค่า pH ของสารละลายกันเสียในจุลินทรีย์ โดยในงานวิจัยได้ทดลองนำสารสกัดจากใบของฟ้าทะลายโจร สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อแบคทีเรียได้ (4)

5. ต่อต้านอนุมูลอิสระ

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ฟ้าทะลายโจรช่วยในป้องกัน รักษาและการดูแลปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น ท้องเสียเฉียบพลัน การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ผิวหนังอักเสบ และการรักษาบาดแผลจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย

6. ต่อต้านเชื้อไวรัส Enterovirus D68 (EV-D68)

Enterovirus D68 (EV-D68) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจที่มีความสำคัญ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจรุนแรง และโรคทางระบบประสาทเฉียบพลัน ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน EV-D68 ในการวิจัยของ ในปี ค.ศ. 2018 พบว่า ฟ้าทะลายโจรมีสาร Andrographolide (AOD)ซึ่งออกฤทธิ์ในการต้านไวรัส EV-D68 โดยยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายเข้าสู่เซลล์ในร่างกาย ซึ่งกลไกนี้จะมีผลต่อการผลิตยาต้านไวรัสในอนาคต

ที่มา : trueid.net

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

10 อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รับมือโควิด-19

เดี๋ยวนี้เรื่องของโรคภัย และมลภาวะต่างๆ ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าทวี ทั้งฝุ่นละออง PM 2.5 ไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 ล้วนเป็นสาเหตุให้ร่างกายอ่อนแอ ล้มป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งนอกจากวิธีป้องกันพื้นฐานด้วยการใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ไม่ไปในที่สุ่มเสี่ยงและคนหนาแน่นแล้ว การเลือกกินอาหารเสริมภูมิต้านทาน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับมือโควิด-19 ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำได้ไม่ยากเลย วันนี้ SI มี 10 อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รับมือโควิดมาฝากกันค่ะ

1. ผลไม้ตระกูลส้ม
ผลไม้ตระกูลส้ม อาทิ เกรปฟรุต ส้ม มะนาว เลม่อน ล้วนแล้วแต่มีวิตาตามินซีสูง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งมีหน้าที่กำจัดและต่อสู้กับเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ คุณควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงในทุกๆ วัน อย่างน้อยก็น้ำส้มคั้นสดๆ วันละแก้วก็ยังดี

2. บล็อคโคลี่
บล็อคโคลี่อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย อาทิ วิตามินเอ ซีและอี รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ และไฟเบอร์ ซึ่งช่วยให้ร่างกายของคุณมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังสามารถนำไปรังสรรค์อาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งผัด ต้ม หรือจะกินเป็นสลัดเบาๆ ก็ย่อมได้

3. กระเทียม
สมุนไพรไทยที่เราคุ้นเคยมาเนิ่นนาน จากการศึกษาพบว่า “กระเทียม” มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยรักษาโรคร้ายต่างๆ อาทิ โรคอัลไซเมอร์โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น อีกทั้งยังมีสารต้านการอักเสบ และเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความดันโลหิตและชะลอการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงได้อีกด้วย

4. ผักโขม
ผักโขมไม่เพียงแต่มีวิตามินซีสูง ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคในร่างกาย เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ว่าแล้วก็กินเมนูนี้สักหน่อยเป็นไร ผักโขมอบชีส!

5. โยเกิร์ต
โยเกิร์ตที่หลายๆ คนชื่นชอบนั้นเต็มไปด้วยวิตามินดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งหนึ่งในคุณสมบัตินั้นก็คือ เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แต่ควรรับประทานกรีกโยเกิร์ต หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติจะดีที่สุด เนื่องจากรสอื่นๆ อาจจะมีน้ำตาลสูง ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักตัวของคุณพุ่งขึ้นได้!

6. อัลมอนด์
หนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดที่เรารัก “อัลมอนด์” เต็มไปด้วยวิตามินซี และอี ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของแมงกานีส แมกนีเซียม และไฟเบอร์ เหมาะมากสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก เพราะกินแล้วไม่อ้วน

7. ชาเขียว
หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า “ชาเชียว” หอมกรุ่นนั้นเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งของกรดอะมิโนที่ช่วยผลิตสารบางตัวที่มีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคอีกต่างหาก

8. เมล็ดทานตะวัน
ถึงแม้จะเล็กจิ๋ว แต่ก็เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ! ในเมล็ดทานตะวันนั้นเต็มไปด้วยฟอสฟอรัสแมกนีเซียมวิตามินบี6 และวิตามินอี ที่ช่วยควบคุมและรักษาการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ว่างๆ หาเมล็ดทานตะวันมาแทะเล่นก็ดีเหมือนกัน

9. มะละกอ
รู้รึเปล่าวว่า “มะละกอ” มีวิตามินซีสูงปรี๊ด นอกจากนั้นยังมีโพแทสเซียม วิตามินบี และโฟเลต ในปริมาณที่พอเหมาะซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ หาง่ายและราคาไม่แพงด้วยนะ

10. บลูเบอร์รี
บลูเบอร์รี เป็นแหล่งของฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแอนโธไซยานินซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่สามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของคุณให้สตรองยิ่งขึ้นได้ มีการศึกษาพบว่า ฟลาโวนอยด์มีบทบาทสำคัญในการเสริมระบบภูมิคุ้มกันของระบบทางเดินหายใจให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น คนที่บริโภคอาหารที่มีฟลาโวนอยด์มีโอกาสน้อยที่จะติดเชื้อในทางเดินหายใจอีกด้วย

ที่มา : gourmetandcuisine.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

เสริมภูมิต้านทานโควิด-19 ด้วยสมุนไพรไทย

แพทย์แผนไทยแนะนำอาหารที่ช่วยเพิ่มเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ทั้งกลุ่มเสริมภูมิต้านทานโรค วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ และอาหารที่มีสารสำคัญที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19
นพ.มรุต จิรเศรษฐศิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก แนะนำผักผลไม้สมุนไพร 3 กลุ่ม เพื่อเสริมภูมิต้านทานของร่างกายช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 มีอะไรบ้าง SI พาไปดูกันค่ะ

-กลุ่มเสริมภูมิคุ้มกัน
– กลุ่มที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง
– กลุ่มที่มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19

อาหารกลุ่มเสริมภูมิคุ้มกัน
ผักผลไม้และยา จากสมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ได้แก่
– พลูคาว หรือผักคาวตอง
– เห็ดต่าง ๆ ซึ่งมีสารสำคัญคือเบต้ากลูแคน เช่น เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า เห็ดออรินจิ เห็ดหลินจือ
– ตรีผลา (สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม) รับประทานในรูปของน้ำต้มดื่ม

อาหารที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง
ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น
– ดอกขี้เหล็ก
– ยอดมะยม
– ใบเหลียง
– ยอดสะเดา
– มะระขี้นก
– ฟักข้าว
– ผักเชียงดา
– คะน้า
– มะรุม
– ผักแพว
– มะขามป้อม

อาหารที่มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส
อาหารที่มีสารกลุ่มแอนโทไซยานินซึ่งเป็นสารเฟลโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น
– ลูกหม่อน
– ผักผลไม้หลากสี
นอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสแล้ว ยังช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันด้วย

อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญที่ควรปฎิบัติในตอนนี้ คือการล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เป็นหวัดมีอาการไอ จาม กินร้อนช้อนตัวเอง งดเดินทางไปประเทศเสี่ยง และรักษาระยะห่างจากคนอื่นๆ งดการพบปะสังสรรค์และร่วมกิจกรรม หรือเดินทางไปในที่ที่มีคนเยอะ จะช่วยลดการแพร่ระบาด และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

ข้อมูล :กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข

ที่มา : www.posttoday.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


เฮเซลนัทตัวช่วยเด็ดเรื่องสุขภาพ

เฮเซลนัท เป็นถั่วชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามินบี นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ ที่ออกฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย มักจะถูกนำมาแปรรูปเป็นช็อกโกแลต หรือขนมเคลือบช็อกโกแลต ที่ต้องบอกเลยว่านอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ที่เราอาจจะยังไม่รู้อีกเพียบ ตาม SI มาดูกันเลยค่ะ

1. ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด  เฮเซลนัทมีโพแทสเซียมและแคลเซียม ซึ่งมีช่วยให้ผนังของหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง

2. กระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเพศชาย  การบริโภคเฮเซลนัทประมาณ 50 กรัมต่อวัน จะช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย และมีผลบวกต่อการทำงานทางเพศ แม้จะอายุเกิน 50 ปีแล้วก็ตาม

3. บำรุงผมและเล็บ  เฮเซลนัทอุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อผมและเล็บ ช่วยให้เล็บแข็งแรง ไม่เปราะ ผมหนานุ่ม เงางาม ดูสุขภาพดี

4. เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่  เฮเซลนัทเต็มไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งช่วยในการผลิตน้ำนมสำหรับคุณแม่หลังคลอด นอกจากนั้นยังมีกรดโฟลิคและวิตามินอีที่ช่วยลดการติดเชื้อ และลดอัตราเสี่ยงในการแท้งบุตรด้วย

5. เสริมภูมิคุ้มกัน  เฮเซลนัทมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้การเจริญเติบโต พัฒนาการของกล้ามเนื้อ กระตุ้นเนื้อเยื่อ และช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย

ที่มา : www.posttoday.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


สวย จบ ครบ ด้วยมะละกอ

เชื่อว่าทุกคนคงรู้ถึงคุณประโยชน์ของ มะละกอสุกกันบ้างไม่มากก็น้อย ผลไม้สีส้มที่มาพร้อมคุณประโยชน์เพื่อสาวๆ ทั้งในเรื่องความสวยความงาม มีผิวสวยเป๊ะ  และสุขภาพดี ไร้โรคภัยเป็นของแถม เรียกว่าครบคุณค่าแห่งการบำรุงทั้งภายในและภายนอกก็ว่า วันนี้ SI จึงนำคุณประโยชน์ดีๆ จากมะละกอมาแนะนำให้สาวๆ ได้รู้จักกัน ไปดูกันเลยค่ะ

สารอาหารที่สำคัญในมะละกอ
อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด อาทิ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม สามารถนำมารักษาอาการท้องผูก ใช้เป็นยาขับพยาธิ ใช้แก้โรคปวดข้อ เป็นต้น วงการแพทย์แผนปัจจุบันค้นพบว่ามะละกอนั้นมีเอนไซม์หลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เอนไซม์พาเพน (Papain) ที่ช่วยย่อยโปรตีน ยังมีเอนไซม์คาเพน (Capain) ที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านการเกิดของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ช่วยบำรุงอวัยวะภายในต่าง ๆ และสำหรับมะละกอสุกยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซี ที่สำคัญก็คือมะละกอจัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีแคโรทีนอยด์ (วิตามินเอ) สูง

มะละกอและประโยชน์ต่อความงาม
มะละกออุดมด้วยวิตามินเอสูง บำรุงผิวพรรณ ลดความหยาบกร้านของผิว และยังช่วยรักษาดวงตา ส่วนวิตามินซีในมะละกอ ช่วยในการผลิตคอลลาเจนในผิวหนัง มีสารป้องกันการฟกช้ำ นอกจากนี้เอนไซม์ในมะละกอยังช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว ช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออก ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส และช่วยซ่อมแซมคอลลาเจน ความยืดหยุ่นของผิว เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย

ตัวช่วยเรื่องผิวเนียนสวย ไร้ริ้วรอย เปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์
มะละกอสุก นอกจากความหวานอร่อย ฉ่ำที่มีเนื้อนุ่มและอุดมด้วยใยอาหาร ทานแล้วอิ่มได้นาน แทนขนมหวานยามท้องว่างดีเลยล่ะ สำหรับสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้น มะละกอมีวิตามินเอและซีสูงมากทีเดียว โดยมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวจึงป้องกันและต่อต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กินเป็นประจำจึงช่วยให้ผิวสวย

บำรุงดวงตาคู่สวย
สารเบต้าแคโรทีนเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วมันจะกลายมาเป็นวิตามินเอ นอกจากจะทำหน้าที่บำรุงสายตาที่ดี ให้คมชัดขึ้น ลดอาการปวดล้าดวงตาอย่างได้ผล และช่วยบำรุงดวงตาให้สุขภาพดีเสมอ สังเกตเห็นได้ว่าดวงตาจะฉ่ำน้ำ ดูมีประกาย

หมดปัญหาท้องผูก
คนที่มีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ จะดูผิวพรรณหมองคล้ำ หน้าตาไม่สดชื่นแจ่มใส ดูไม่มีชีวิตชีวา เมื่อเรากินมะละกอเป็นประจำ ใยอาหารจะช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ มะละกอก็จะเปรียบเสมือนได้ทำหน้าที่กวาดล้างของเสียออกจากลำไส้ ส่งผลให้ผิวพรรณสะอาด เปล่งปลั่งกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอกจนคุณสังเกตได้แน่นอน

หุ่นสวยเป๊ะ
มะละกอ เป็นผลไม้ที่ช่วยขับสารพิษของเสียออกจากร่างกาย แถมยังช่วยกำจัดไขมันต่างๆ ภายในร่างกายได้ด้วยใยอาหาร ที่เมื่อทานเข้าไปก็จะรู้สึกอิ่มง่าย และมะละกอมีเอนไซน์ปาเปน ที่จะช่วยย่อยโปรตีน และย่อยอาหาร จึงช่วยลดน้ำหนักได้อีกทางด้วย

มาส์กหน้าผิวสวย
ในมะละกออุดมไปด้วยวิตามินเอและเอนไซม์ปาเปน ที่จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและช่วยเติมความชุ่มชื้นต่อผิว นำมะละกอบดผสมกับน้ำผึ้ง หรือนมสดนำมามาสก์หน้าเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและสดใส อีกทั้งมันยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ด้วย

สิวแค่ไหนก็ไปไกลๆ
นำเนื้อมะละกอสุกบดผสมกับขมิ้นสดบด ใช้ส่วนผสมนั้นแต้มสิว หรือจะเป็นครีมมาสก์ผิวได้ทั้งหน้าเลย จะช่วยในการรักษาสิวและรอยสิว ซึ่งกรดอัลฟา-ไฮดร็อกซี่ในผลไม้ และคุณสมบัติพิเศษของขมิ้นชัน จะช่วยรักษาและปัญหาสิวต่างๆ ได้

ช่วยรักษาอาการส้นเท้าแตก
นำมะละกอสดบดมาผสมกับกล้วยและน้ำผึ้ง จากนั้นนำมาพอกตรงส่วนที่แห้งแตก ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วค่อยล้างออก ทำซ้ำประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ส้นเท้าของคุณกลับมานุ่มเนียนไม่แห้งแตกอีกต่อไปมะละกอ

ที่มา : kaijeaw.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


รู้จัก ดอกเกลือ กับคุณประโยชน์รอบด้าน

ดอกเกลือ เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้จัก ดอกเกลือ กันบ้างไม่มากก็น้อย ดอกเกลือ เป็นวัตถุดิบอย่างหนึ่งที่ได้จากการผลิตเกลือทะเล ซึ่งพบว่ามีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นในด้านการรักษาโรค การดูแลสุขภาพผิวพรรณ และร่างกาย วันนี้ SI จะพาทุกคนไปรู้จักเจ้าดอกเกลือนี้กันให้มากขึ้นไปดูกันเลยค่ะ

ดอกเกลือคือผลผลิตแรกของการทำนาเกลือ ซึ่งมีลักษณะเป็นเกลือทะเลที่อยู่บนผิวน้ำ หากชิมรสจะมีความรู้สึกว่าไม่เค็มมากเท่าไรและมีความหวานบ้างเล็กน้อยดอกเกลือที่มีความบริสุทธิ์มากๆ จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิด เช่น ไอโอดีน แคลเซียม และแมกนีเซียม เป็นต้น ดอกเกลือยังมีค่าความชื้นสูงกว่าเกลือธรรมดาทั่วไปถึง 5 เท่า ทำให้สามารถนำแร่ธาตุเหล่านั้นซึมซับสู่ผิวหนังอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่นิยมในการนำมาใช้รักษาโรคผิวหนัง และใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สปา รวมไปถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ดอกเกลือกับเกลือทั่วไปมีความแตกต่างกันอย่างไร
หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าดอกเกลือนั้นมีความแตกต่างจากเกลือธรรมดาอย่างไร นอกจากจะมีความบริสุทธิ์สะอาดมากกว่าเกลือเม็ดทั่วไปแล้วยังมีความแตกต่างในหลายๆด้านดังนี้

รสชาติ
ดอกเกลือจะมีความเค็มน้อยกว่าเกลือทั่วไป ซึ่งตอบโจทย์ให้กับคนที่ต้องการลดระดับความเค็มลงมาได้

ราคา
เนื่องจากดอกเกลือมีปริมาณน้อยและหายากเมื่อเทียบกับเกลือทั่วไป จึงทำให้ดอกเกลือมีราคาสูงกว่า

การใช้ประโยชน์
ดอกเกลือกับเกลือทั่วไปต่างก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป กล่าวคือ ดอกเกลือใช้สำหรับในการรักษาสุขภาพในด้านโรค ด้านความงาม และการปรุงอาหารที่ไม่ต้องการรสเค็มมากนัก ส่วนเกลือทั่วไปจะให้ประโยชน์ทางด้านการปรุงอาหารประเภทกะปิ ปลาร้า หรือซอสและผักดอง เป็นต้น

ดอกเกลือกับการใช้รักษาโรค
ด้วยความที่ดอกเกลือนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ดังนั้นหากใครเป็นโรคต่างๆ ที่กล่าวถึงมานี้ เราสามารถใช้ดอกเกลือช่วยบรรเทาอาการหรือรักษาโรคอย่างง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง

กลาก เกลื้อน และโรคสะเก็ดเงิน
ให้นำดอกเกลือผสมน้ำแล้วนำมาอาบบริเวณที่เป็นโรค

ปวดข้อต่อ
นำดอกเกลือละลายกับน้ำอุ่นแล้วใช้ผ้าชุบน้ำ จากนั้นให้ประคบตรงข้อต่อที่ปวด

กลิ่นเท้าเหม็น
นำดอกเกลือผสมกับน้ำอุ่นแล้วแช่เท้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ทำซ้ำบ่อย ๆ

รักษาเชื้อราบนหนังศีรษะ
นำดอกเกลือผสมกับน้ำเล็กน้อยแล้วขัดหนังศีรษะให้ทั่ว เมื่อขัดแห้งแล้วให้ล้างออกเพื่อขจัดเศษเกลือ

ผมร่วง
นำดอกเกลือละลายในน้ำอุ่นแล้วจุ่มผมลงไปให้เปียกชุ่มจนถึงหนังศีรษะ นวดหนังศีรษะประมาณ 3 นาที จากนั้นหมักไว้ด้วยการโพกผ้าขนหนูอีก 3 นาทีเช่นเดียวกัน เสร็จแล้วก็สระผมให้สะอาดและควรทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง

โรคช่องปาก
นำดอกเกลือผสมกับยาสีฟันหรือนำมาผสมกับน้ำแล้วบ้วนปากก็ได้

ดอกเกลือ กับสุขภาพความงาม
เมื่อสุขภาพความงามนั้นกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยในยุคนี้ หลายคนจึงสรรหาวิธีการมากมายที่จะช่วยถนอมดูแลผิวพรรณให้ดีที่สุด ซึ่งดอกเกลือก็สามารถช่วยในด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการนำมาผสมกับน้ำมันที่มาจากธรรมชาติหรือส่วนผสมอื่นๆ สำหรับการสครับผิวหรือขัดผิว ช่วยในเรื่องของผิวพรรณดังนี้

แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดรอยจุดด่างดำ
จากสถาบันวิจัยเกลือ ในสหรัฐอเมริกา พบว่า ดอกเกลือสามารถลดรอยจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้เป็นอย่างดี มีแร่ธาตุโพแทสเซียมช่วยให้ผิวสดชื่นขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ผลัดเซลล์ผิว ขจัดสิ่งตกค้าง
เพียงนำดอกเกลือมาผสมครีมอาบน้ำหรือสมุนไพรต่างๆมาขัดผิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำเพียง 1 ครั้ง/สัปดาห์จะสังเกตได้ว่าผิวจะดูผ่องสดใสมากขึ้น เพราะดอกเกลือมีคุณสมบัติในขจัดสิ่งสกปรกตกค้างและความมันส่วนเกินในร่างกาย

ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ผิว
ความเข้มข้นของดอกเกลือมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค แร่ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต จึงทำให้ผิวดูผ่องใส เปล่งปลั่งและตึงกระชับ

ที่มา : sanook.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน