หยุดผิวแก่! ให้สวยเด้ง ด้วยเทรนด์ “ไฮยาลูรอน”

เชื่อว่าทุกคนรู้จักไฮยาลูรอน กันบ้างแล้ว เป็นเทรนด์ที่มาแรงในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ไม่แพ้คอลลาเจนเลยค่ะ แม้จะเป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้กันมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องมาโดยตลอด ด้วยคุณสมบัติชะลอผิวแก่ได้ชะงัด ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอย ทำให้ผิวดูนุ่มเด้ง เต่งตึง เนียนใสได้อย่างมหัศจรรย์ แต่เอ๊ะ… แล้วมันช่วยได้จริงหรือไม่ วันนี้ SI พาไปไขข้อสงสัยกันค่ะ

วิวัฒนาการของไฮยาลูรอน

เมื่ออายุล่วงเลยถึงวัย 30 ปีเป็นต้นไป ร่างกายของเราจะผลิตกรดไฮยาลูโรนิคลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งนอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยทางสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการเสื่อมสภาพและลดการผลิตสารนี้ลงรวดเร็วกว่าเดิม เช่น การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ความร้อน แสงแดด และรังสียูวี เป็นต้น

สิ่งที่ตามมาเมื่อกรดไฮยาลูโรนิคและคอลลาเจนในชั้นผิวของเราลดลงก็คือ ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น แห้งเหี่ยว ขาดความยืดหยุ่น จึงเกิดความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึกตามบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า เรียกว่าความแก่ชราจะปรากฏชัดขึ้นเลยล่ะค่ะ

ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้คิดค้น “กรดไฮยาลูโรนิคสังเคราะห์” ขึ้น เพื่อนำมาทดแทนกรดไฮยาลูโรนิคที่ร่างกายสร้าง ซึ่งเป็นสารที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยงเชื้อในห้องปฏิบัติการ โดยใช้โปรตีนจากนกเป็นอาหาร ทำให้ได้สารไฮยาลูโรนิคที่มีสภาพใกล้เคียงกับกรดที่อยู่ในร่างกายมนุษย์มากที่สุด มีลักษณะข้นหนืด ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมากเช่นกัน

เริ่มแรกนั้น สารดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นยาประเภทฉีด เพื่อบำบัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ภาวะอักเสบรอบข้อไหล่ หรือลดอาการปวดข้อได้ผลชะงัด ต่อมาได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียม ช่วยหล่อลื่นลูกตา และนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเวชสำอางอย่างเช่นในปัจจุบันค่ะ

ประโยชน์ของไฮยาลูรอน

– ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดความสมดุล ผิวแห้งลอก เป็นขุย ด้วยคุณสมบัติอุ้มและกักเก็บน้ำไว้ที่ผิวได้อย่างดีเยี่ยม

– บำรุงให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง มีความตึงกระชับ และปกป้องผิวจากการระคายเคือง

– ลดการอักเสบของผิว ซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ที่มีผลต่อการหายของแผล รวมถึงช่วยรักษาแผลในปากได้

– เป็นสารเติมเต็มผิวที่มีความบริสุทธิ์สูง สามารถช่วยเพิ่มปริมาตรผิว (Filler) ได้อย่างยอดเยี่ยม

– ใช้ฉีดเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้า ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

– ช่วยในการรักษาต้อกระจก บรรเทาอาการตาแห้ง

– บรรเทาอาการปวดข้อจากข้อเสื่อม และช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น

ที่มา : kapook.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


น้ำมันมะพร้าวปลุกไขมันดี (HDL)

HDL มาจากคำว่า High Density Lipoprotein ( ไขมันที่ดี ) เป็นไขมันที่มีความหนาแน่นสูง HDL ดีกับหลอดเลือดแดงเนื่องจาก ช่วยป้องกันไม่ให้ คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์, และ LDL สะสมในหลอดเลือดแดง หากขาด HDL ในเลือด ก็จะทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้

COCONUT OIL (MCT OIL) น้ำมันมะพร้าว ที่ผ่านกระบวนการสกัดด้วย เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ได้สารสำคัญของน้ำมันที่ดี นั่นคือ สารสำคัญที่มีคาร์บอน จำนวน 8-10 อะตอม ซึ่งโมเลกุลของสารสำคัญดังกล่าวนั้น เหมาะสมกับร่างกาย ของมนุษย์ สามารถเพิ่มพลังงานให้ทั้งสมองและร่างกายได้ทันทีโดยไม่เกิดการสะสม และผ่านกระบวนการย่อย จึงช่วยเพิ่มพลังงานให้กับสมองเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงาน ที่จำเป็นต้องใช้พลังงานสมองหนักๆ และยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับ ร่างกายทันที เพราะไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย จึงนำพลังงานที่ได้ไปใช้งานได้อย่าง ทันที เหมาะสำหรับบุคคลที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ โมเลกุลของ Fatty acid ดังกล่าว ยังจัดเป็นไขมันชนิดดี จึงช่วยบำรุงหัวใจ กล่าวคือ เมือร่างกายมีไขมันชนิดดี (HDL) มากขึ้นร่างกายจะสามารถปรับสมดุลทำให้ไขมันชนิดเลว (LDL) ลดลง

ที่มา : thaihealth.or.th

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


ฟักทองกับ 10 กับประโยชน์ดี๊ดีด้านสุขภาพ

ฟักทอง.. ผักมากด้วยคุณประโยชน์อย่างที่ใครหลายคนไม่คาดคิด นอกจากประโยชน์ด้านความงามที่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่ค่อนข้างสูง จึงช่วยผลัด เซลล์ผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างใส และมีแร่ธาตุช่วยในการผลิตคอลลาเจนให้ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น ช่วยลดไขมันส่วนเกินจึงช่วยเรื่องกระชับรูขุมขน และช่วยลด ปัญหาสิวอีกด้วย แล้วทุกคนทราบมั๊ยคะว่าประโยชน์ด้านสุขภาพจากฟักทองนั้นมีอะไรบ้าง สำหรับใครที่ยังไม่รู้ เราอย่ารอช้า ตาม SI มาดูกันค่ะ

1.เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ในฟักทองไม่ได้มีเพียงแค่วิตามินเอแต่เพียงเท่านั้น หากยังมีวิตามินซีอยู่มากและวิตามินซีก็จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะการป้องกันหวัด ใครไม่อยากเป็นหวัดง่ายๆ แนะนำให้หมั่นกินฟักทองเป็นประจำค่ะ

2.ช่วยบำรุงสายตา
เพราะฟักทองนั้นมีวิตามินเอสูงมาก โดยฟักทองบด 1 ถ้วยจะให้วิตามินเอสูงมากถึง 200% จากปริมาณที่แนะนำใน 1 วัน และเราก็ทราบกันดีแล้วใช่มั้ยล่ะว่าวิตามินเอจะช่วยบำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นแม้แต่ในที่มืดชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ มันยังช่วยลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ในลูกตาได้อีกด้วย

3.ลดน้ำหนักได้ผล
อาหารลดน้ำหนักนั้นมีมากมายและฟักทองก็คือ หนึ่งในอาหารที่สาวๆ สามารถกินยามลดน้ำหนักได้ผล เพราะฟักทองมีไฟเบอร์สูงมากถึง 3 กรัมต่อ 1 ถ้วย และยังให้แคลอรี่แค่ 49 แคลอรี่เท่านั้น กินแล้วจึงรู้สึกอิ่มท้องนานและช่วยลดอาการหิวโหยระหว่างมื้อได้ดีทีเดียว

4.ดูแลสุขภาพหัวใจ
งานวิจัยได้ชี้แจงอย่างแน่ชัดแล้วว่า สารจากธรรมชาติที่ชื่อว่า ‘ไฟโตสเตอรอล’ (Phytosterols) ที่พบจากเมล็ดธัญพืชและถั่วเปลือกแข็งจะมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ได้ ดังนั้น มันจึงช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ ซึ่งแน่นอนว่าเมล็ดฟักทองก็คือ หนึ่งในเมล็ดธัญพืชที่คนรักสุขภาพไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

5.ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
ในฟักทองยังพบว่ามีสารเบต้าแคโรทีนสูงซึ่งนอกจากจะช่วยด้านการบำรุงสายตาแล้ว มันยังสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ดีอีกด้วย โดยมีผลการวิจัยบอกไว้ว่า สารดังกล่าวจะสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุในการเกิดโรคมะเร็ง และกรดโปรไพโอนิคจากฟักทองก็ยังช่วยให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง ทั้งนี้ ในผู้ชายการกินฟักทองเป็นประจำจะช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก ต่อมลูกหมากโตและช่วยป้องกันการเป็นหมันได้

6.บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
อนุมูลอิสระเป็นตัวการทำลายเซลล์ให้เสื่อมสภาพและกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด เช่นเดียวกันกับเซลล์ผิว หากมันถูกทำลายไปแล้ว สภาพผิวพรรณก็ย่อมหม่นหมอง ไม่เปล่งปลั่งสดใสและยังเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย แต่หากสาวๆ หมั่นกินฟักทองซึ่งมีสารแคโรทีนอยด์ก็จะช่วยลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ลงได้ ดังนั้น มันจึงช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล

7.ป้องกันเบาหวานและควบคุมความดันโลหิต
การกินฟักทองหลายคนมักนิยมกินแต่เนื้อเท่านั้นและเปลือกของมันก็มักจะถูกมองข้ามไปเสียสนิท ซึ่งคุณอาจจะไม่ทันรู้ว่าเปลือกของฟักทองนี่แหละมีฤทธิ์ทางยามากมายซ่อนอยู่ โดยเฉพาะฤทธิ์ในการช่วยกระตุ้นการหลั่งของอินซูลินภายในร่างกาย โดยจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การกินฟักทองทั้งเปลือกร่วมด้วยเป็นประจำจึงสามารถป้องกันเบาหวานและควบคุมความดันโลหิตได้ค่ะ

8.บำบัดความเครียด
เนื่องจากในเมล็ดฟักทองมีกรดอะมิโนที่ชื่อ “ทริปโตฟาน” ซึ่งเป็นกรดที่พบในกล้วยและนมด้วยเช่นกัน โดยกรดดังกล่าวจะช่วยให้เรานอนหลับสบาย อีกทั้งทริปโตฟานยังเข้าไปสร้างสารเซโรโทนีนซึ่งเป็นสารที่ช่วยควบคุมอารมณ์ของเราให้นิ่งสงบ ดังนั้น หากคุณเครียดๆ อยู่ล่ะก็ แนะนำให้กินเมล็ดฟักทองเล่นสัก 1 กำมือ รับรองมันจะช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้อารมณ์ดีขึ้นไม่มากก็น้อยแน่นอน

9.ป้องกันการเกิดนิ่ว
เมล็ดฟักทองเม็ดเล็กๆ ที่หลายคนอาจเคยมองข้าม ไม่เพียงจะมีแป้ง โปรตีน วิตามินและฟอสฟอรัสแต่เพียงเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีสารที่ชื่อว่า “คิวเคอร์บิติน” ซึ่งสารนี้เป็นสารที่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าพยาธิตัวตืดได้ และยังทำหน้าที่ช่วยขับปัสสาวะ จึงสามารถป้องกันการเกิดโรคนิ่วและโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้นั่นเอง

10.ฟื้นพลังหลังออกกำลังกาย
ใครที่ชอบออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายก็มักอ่อนเพลียเป็นธรรมดาและแน่นอนค่ะว่าเรามักจะต้องกินอาหารเสริมพลังเข้าไป หลายคนนิยมหันมากินกล้วยเติมพลัง ทว่าหากใครที่ไม่ชอบกล้วย คุณสามารถกินฟักทองนึ่งแทนได้นะคะ เพราะฟักทองนั้นมีโพแทสเซียมสูงถึง 564 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่ากล้วยที่มีแค่ 422 มิลลิกรัมเท่านั้น สารโพแทสเซียมจะเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังจากออกกำลังกายมาอย่างหนักได้ดี อีกทั้งยังดูแลการทำงานของกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิมได้ด้วย

ที่มา : teambeyondsport.com/

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


บำรุงร่างกาย หัวใจ และสมอง ด้วย 3 สารต้านอนุมูลอิสระ

1. Coconut Oil (MCT Oil) น้ำมันมะพร้าว ที่ผ่านกระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้ได้สารสำคัญของน้ำมันที่ดี นั่นคือ สารสำคัญที่มีคาร์บอนจำนวน 8-10 อะตอม ซึ่งโมเลกุลของสารสำคัญดังกล่าวนั้นเหมาะสมกับร่างกายของมนุษย์ สามารถเพิ่มพลังงานให้ทั้งสมองและร่างกายได้ทันทีโดยไม่เกิดการสะสมและผ่านกระบวนการย่อย จึงช่วยเพิ่มพลังงานให้กับสมองเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาหรือคนทำงาน ที่จำเป็นต้องใช้พลังงานสมองหนักๆ และยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายทันที เพราะไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยจึงนำพลังงานที่ได้ไปใช้งานได้อย่างทันที เหมาะสำหรับบุคคลที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ โมเลกุลของ Fatty acid ดังกล่าวยังจัดเป็นไขมันชนิดดี จึงช่วยบำรุงหัวใจกล่าวคือ เมือร่างกายมีไขมันชนิดดี (HDL) มากขึ้นร่างกายจะสามารถปรับสมดุลทำให้ไขมันชนิดเลว(LDL) ลดลง

2. Astaxanthin Oil มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์และกระบวนการออกซิเดชั่นที่มีผลทำให้เกิดริ้วรอยและการเสื่อมของเซลล์ก่อนวัยอันควร จึงเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายที่นำมาใช้เป็นอาหารเสริมในการดูแลสุขภาพของดวงตาและหัวใจลดการอักเสบทั่วร่างกาย และช่วยในเรื่องของผิวพรรณ

3. Vitamin E (Tocopherol) ช่วยทำให้แลดูอ่อนกว่าวัย โดยชะลอ
กระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์ ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิด
ไม่ดี ช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพความทนทานช่วยปกป้องปอดจากมลพิษทางอากาศ โดยทำงานร่วมกับวิตามินเอ ป้องกันโรคมะเร็งได้หลายชนิด เพิ่ประสิทธิภาพในการต่อสู้กับโรคให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


เจาะลึก Synbiotics กับคุณประโยชน์จัดเต็ม

Synbiotics ประกอบด้วย Probiotics และ Prebiotics มีหน้าที่เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดของ Probiotics ให้ประโยชน์แก่สุขภาพด้วยการเติม Prebiotics ลงไปเพื่อให้ Probiotics ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ภายในทางเดินอาหารให้เหมาะสม ปรับสมดุลให้ลำไส้ใหญ่ ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกาย

Probiotics คือ เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ที่พบได้ตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย เมื่อมีอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานปกติ เพราะหากขาดจุลินทรีย์เหล่านี้ร่างกายเราจะเสี่ยงต่อสภาวะ การอักเสบต่างๆ การติดเชื้อ หรือแม้กระทั่งภูมิคุ้มกันที่ลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเสื่อมของร่างกาย และความแก่ชราอย่างรวดเร็ว

PREBIOTIC คือ เป็นอาหารที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้แต่จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์ในร่างกาย กระตุ้นการทำงานและส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกาย ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จึงพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำโปรไบโอติกส์มาใช้ เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเพื่อปรับสมดุลจุลินทรีย์ดีที่ผิว และสารอาหารและแหล่งพลังงานแก่แบคทีเรียดีที่อยู่ในผิว แล้วขจัดแบคทีเรียไม่ดีให้หมดไป สามารถใช้ได้โดย เฉพาะคนที่มีปัญหาสิวและผื่นแพ้ง่าย เพราะนอก จะช่วยดูแลผิวหน้าให้สะอาดไร้แบคที่เรียไม่ดีแล้ว ยังให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย

ประโยชน์ของ Synbiotics

1.ช่วยปรับระดับความชุ่มชื้นของผิวให้สมดุล
2.ลดความเครียดในเซลล์ผิว ซึ่งก่อให้เกิดการ อักเสบของผิวหนัง
3.ปรับสมดุลค่าพีเอช (pH)
4.เสริมความแข็งแรงของผิวชั้นนอกให้แข็งแรง
5.สามารถยับยั้งแบคทีเรีย P.acnes สาเหตุที่ก่อ ให้เกิดสิว
6.ปกป้องมลภาวะ ลดความไวจากรังสี UV
7.เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและช่วยลดเลือนริ้วรอย
8.เพื่อผิวเรียบเนียน กระจ่างใส

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


Superfruits นวัตกรรมชะลอวัย คืนความอ่อนวัยขั้นสุด

ซุปเปอร์ฟรุ้ต (Superfruits) คือ สุดยอดผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ได้แก่ ผลไม้ที่มีส่วนประกอบของสารโพลีฟีนอลกลุ่มฟลาโวนอยด์ เช่น แซนโทน แอนโทไซยานิน เป็นต้น สารสำคัญเหล่านี้บางครั้งอยู่ในเปลือก เนื้อ หรือเม็ดในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นเทคโนโลยีในการสกัดสารสำคัญเหล่านี้ออกมาในปริมาณที่มากที่สุด และยังคงสภาพการออกฤทธิ์ไว้เหมือนเดิมโดยไม่เสียคุณค่า

Superfruits สามารถนำมาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงระดับพรีเมี่ยมได้หลากหลาย อาทิเช่น เซรั่ม ครีม โลชั่น ยาสระผม คลีนซิ่ง ฯลฯ

Super Fruits สามารถนำมาเป็นสารสกัดชั้นเยี่ยมที่ผสมผสานกับนวัตกรรมการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมสุขภาพของคุณให้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยให้คุณมีอายุที่ยืนยาวขึ้นและยังป้องกันการเกิดโรคต่างๆอีกมากมาย

ทำไมต้อง Superfruits

1.คืนชีพผิวให้กระจ่างใส กลับมาเปล่งปลั่งอีกครั้งด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย
2.การต่อต้านอนุมูลอิสระ สามารถชะลอการเกิดริ้วรอยได้
3.รักษาอาการคันและอักเสบบริเวณผิวหนัง
4.อุดมด้วยวิตามินซีสูงช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใส
5.ลดปัญหาผิวมากมายไม่ว่าจะเป็นสิว ริ้วรอย กระชับรูขุมขน จุดด่างดำ เป็นต้น
6.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว

Superfruits ได้แก่พืชผักผลไม้ เช่น ขิง ฟักทอง ทับทิม แตงโม เป็นต้น แอปเปิ้ล แคนตาลูป องุ่น มังคุด แตงโม กล้วย กีวี แก้วมังกร ส้ม ส้มโอ สับปะรด อะโวคาโด มะเขือเทศ ฟักทอง มะละกอ รวมถึง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น อาซาอิเบอร์รี่ แบลคเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มากิเบอร์รี่ โกจิเบอรี่ สตรอว์เบอร์รี่ อะเซโรลาเชอร์รี่ โช้คเบอร์รี่ และเชอร์รี่

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


 

สเต็มเซลล์ข้าว ปลุกกระแสนวัตกรรมข้าวไทย

สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น ผุดสเต็มเซลล์-สารสกัดโปรตีน-สารชำระล้างจากข้าว สร้างมูลค่าเพิ่มข้าวสารจาก กก.ละ 30 สู่ 30,000 บาท ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 400 ล้านบาท ด้านนักวิชาการ-พาณิชย์ชี้ช่องตลาดนวัตกรรมข้าวสร้างรายได้ปีละ 1 หมื่นล้าน
รศ.ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ผู้วิจัยและพัฒนาสารสกัดสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชภัณฑ์จากข้าว ซึ่งได้รับรางวัล Agri Plus Award เปิดเผยว่า บริษัทได้วิจัยพัฒนาโปรตีนสกัดจากข้าว หรือ rice peptides ช่วยลดริ้วรอย กระตุ้นการเกิดผม และสเต็มเซลล์จากข้าวชื่อ Ricallas ซึ่งเป็นสเต็มเซลล์จากพืชชนิดแรกจากเดิมที่ในทางการแพทย์ทั่วไปมีการผลิตสเต็มเซลล์จากสัตว์ซึ่งมักก่อให้เกิดการแพ้ สเต็มเซลล์ข้าวนี้มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย สามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางแอนติเอจจิ้ง และกระตุ้นการงอกของผม สามารถจำหน่ายได้ในราคา กก.ละ 30,000-40,000 บาท สร้างมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ขายข้าวสารราคา กก.ละ 30-50 บาท

ก่อนหน้านี้บริษัทมีการพัฒนาและจดสิทธิบัตรนวัตกรรมจากข้าว RICCOSIDE ซึ่งเป็นสารชำระล้างที่ได้จากการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตจากข้าวมาเป็นน้ำตาล และนำมาทำปฏิกิริยากับน้ำมันมะพร้าว สารดังกล่าวสามารถใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตแชมพู สบู่ น้ำยาล้างขนตาจากพืชทดแทนสารเคมี และสารให้ความชุ่มชื้น (MoistuRice) ช่วยทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น กก.ละ 300-400 บาท

“ในเมล็ดข้าวมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบประมาณ 2% ซึ่งเราทดลองสกัดเปปไทด์จากข้าว สามารถเพิ่มมูลค่าจากที่เคยขายข้าวได้ กก.ละ 30-50 บาท หากนำสารสกัดโปรตีนนี้ไปใช้ผลิตอาหารเสริม เครื่องสำอาง ขายได้เพิ่มเป็น กก.ละ 30,000-40,000 บาท ขณะที่ส่วนประกอบอีก 98% ของเมล็ดข้าวเป็นคาร์โบไฮเดรต เรานำมาย่อยเป็นน้ำตาลและทำปฏิกิริยากับน้ำมันมะพร้าว พัฒนาเป็นสารชะล้าง ใช้ผสมในแชมพู น้ำยาล้างขนตา แทนการใช้สารเคมี ขายได้ กก.ละ 300-400 บาท และอยู่ระหว่างพัฒนาทำสเต็มเซลล์จากข้าว ได้ลดริ้วรอยได้ดี และยังช่วยลดอาการแพ้ต่าง ๆ จากสเต็มเซลล์จากสัตว์ ซึ่งหากสามารถพัฒนาต่อยอดก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าข้าวได้มากขึ้น”

ที่มา : prachachat.net

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


4 ความเชื่อจริงเกี่ยวกับความสวยความงาม

พูดถึงเรื่องความเชื่อแล้ว หลายๆ คนคงเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับความสวยความงามในแบบต่างๆ มีทั้งเรื่องจริงและไม่จริง วันนี้ SI มี 4 ความเชื่อที่เป็นจริง มาฝากกันค่ะ จะเป็นยังไงบ้างนั้นไปดูกันนะคะ

1. การใช้โทนเนอร์เป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับทุกสภาพผิว
โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มีผิวมันและใช้เพื่อป้องกันสิว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงคิดว่าถ้าไม่ได้มีผิวมัน โทนเนอร์ก็ไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรก็ตาม มีโทนเนอร์ที่ผลิตออกมาเพื่อทุกสภาพผิว เพียงแต่คุณต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับผิวของตัวเอง

หากคุณต้องการผลัดเซลล์ผิวหรือมีผิวมัน ให้คุณใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก กรดไกลโคลิก หรือกรด แลคติก สำหรับคนที่ผิวระคายเคือง ให้คุณใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของคาโมมายล์ แตงกวา หรือวิตามินอี หากคุณต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ให้คุณใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของกลีเซอรีน กรดไฮยาลูรอนิก และน้ำกุหลาบ หากต้องการลดจุดด่างดำ การใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีสามารถช่วยได้

2.ยาสีฟันสามารถช่วยกำจัดสิวได้
สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และไตรโคซานในยาสีฟันสามารถช่วยให้สิวแห้ง เพราะยาสีฟันมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ดังนั้นมันจึงช่วยป้องกันไม่ให้สิวขึ้น ถึงกระนั้นก็ตาม ส่วนผสมในยาสีฟันไม่ได้มีประสิทธิผลมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้รักษาสิวโดยเฉพาะ ด้วยความที่ยาสีฟันมีฤทธิ์ทำให้แห้ง มันจึงสามารถทำให้ผิวที่ไวต่อการกระตุ้นระคายเคือง ทำให้ผิวแดง และตกสะเก็ด หากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้คุณเปลี่ยนยาสีฟันหรือเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่น

3.นอนโดยไม่ล้างเมคอัพทำให้เกิดสิวหัวดำ
ในตอนกลางคืน ผิวของคุณจะมีการซ่อมแซมตัวเอง และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเพื่อให้เซลล์ใหม่มาทดแทน หากผิวของคุณปกคลุมไปด้วยเครื่องสำอาง รูขุมขนก็จะอุดตันและไปขัดขวางกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ดังนั้นถ้าไม่อยากให้สิวชนิดต่างๆ มาเยี่ยมเยือน คุณก็ควรทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดทุกครั้งก่อนเข้านอน

4.การแว็กซ์ช่วยให้มีขนน้อยลง
การแว็กซ์ขนมีประสิทธิผลมากกว่าการโกนเพราะมันช่วยกำจัดเส้นขนจนถึงราก ซึ่งหมายความว่าขนจะใช้เวลางอกขึ้นมาใหม่นานขึ้น แม้ว่ามันไม่ได้หยุดการงอกของเส้นขนโดยสิ้นเชิง แต่การแว็กซ์ขนเป็นประจำสามารถช่วยยืดเวลาให้ผิวของคุณไร้ขนได้นานขึ้น เพราะมันทำให้เส้นขนอ่อนแอลงและทำให้รูขุมขนเสียหาย

5.ผิวคุ้นชินกับสกินแคร์เมื่อเวลาผ่านไป
ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องสวยๆ งามๆ บางเรื่องอาจเป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว และสิ่งที่เราจะกล่าวหลังจากนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ทั้งนี้ผิวของคุณจะเริ่มคุ้นชินกับสกินแคร์โดยขึ้นอยู่กับส่วนผสมโดยเฉพาะวิตามินเอ แต่ไม่เกิดขึ้นกับส่วนผสมอื่นๆ อย่างสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ มอยส์เจอไรเซอร์ และเปปไทด์ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ความงามบางชนิดอาจให้ประโยชน์ที่คงที่เพราะมันไปถึงจุดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผิวได้อีกต่อไป ในกรณีนี้คุณอาจต้องลองเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่

ที่มา : www.honestdocs.co

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


บุกตลาดอาเซียนด้วยธุรกิจความงามไทย

ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและดูแลตัวเองเพื่อให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ธุรกิจด้านความสวยความงาม และเครื่องสำอางต่างๆ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลายต่อหลายแบรนด์ต่างพากันคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมงัดกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งไม่ใช่แค่ในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางไทย ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านรอบอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย ผู้บริโภคของประเทศเหล่านี้ค่อนข้างให้ความเชื่อมั่นกับสินค้าไทย และกว่า 40% บนชั้นวางเครื่องสำอางของพวกเขาล้วนเป็นสินค้าที่มาจากประเทศไทยนั่นเอง

โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดความงามของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีนั้น เป็นเพราะผู้เล่นในตลาดมีการแข่งขันกันสูง ก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มตัวเลือกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งในปีนี้ ผู้ผลิตในตลาดต่างก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้หลากหลาย แต่เทรนด์ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เรื่องของความเป็นธรรมชาติ (Natural), การดูแลผิวอย่างอ่อนโยน, การลดริ้วรอย, การดูแลผิวหน้าให้ฉ่ำน้ำ รวมไปถึงเทรนด์ยอดนิยมอย่างผิวหน้าขาวใส (Whitening) ก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

นอกเหนือจากเทรนด์เหล่านี้แล้ว อีกหนึ่งโจทย์ที่ผู้เล่นเริ่มหยิบเอามาสร้างสรรค์กันมากขึ้น นั่นคือ เทรนด์ Anti-Aging เพื่อรับกับการเข้าสู่ Aging Society ในประเทศไทย เพราะผู้บริโภคกลุ่มสูงวัยในยุคนี้ เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาดูแลตัวเอง รวมถึงใส่ใจบุคลิกกันมากกว่าเดิม

เปิดเกมรุกบุกตลาดเพื่อนบ้าน

สำหรับผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทย ที่กำลังมองหาโอกาสในตลาดต่างประเทศ คุณสรศักย์ ชัยสถาผล ผู้ช่วยผู้จัดการส่วนพัฒนาหลักสูตรความรู้เฉพาะทาง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) แนะนำว่า CLMV หรือกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพที่น่าสนใจ เนื่องด้วยเป็นประเทศที่เศรษฐกิจยังขยายตัวได้สูง โดยมี GDP เฉลี่ยถึง 7% ต่อปี นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้การยอมรับต่อสินค้าที่นำเข้าจากไทยค่อนข้างมาก สร้างโอกาสและแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการไทยได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การจะเจาะเข้าไปในแต่ละประเทศนั้น ผู้ประกอบการควรทำการศึกษาวิเคราะห์ตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงติดตามสถานการณ์ต่างๆ เพื่อที่จะสามารถผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ เช่น ในกัมพูชา คนจะเน้นไปที่การเห็นผลแบบรวดเร็ว โดยกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางที่คาดว่าจะเติบโตสูง ได้แก่ ครีมบำรุงผิว แป้งทาหน้า รองพื้น ลิปสติก ในขณะที่เมียนมา คนจะมีความเชื่อเรื่องสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมความงามออร์แกนิค ตลอดจนประเภทบริการสปา ซาลอนและคลีนิคเสริมความงาม ล้วนเป็นที่ต้องการของคนเวียดนาม เป็นต้น ดังนั้น หากแบรนด์ไทยหยิบจุดเด่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมุนไพรไทย สปา หรือวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติมาเป็นจุดขาย เชื่อว่าจะสามารถเจาะเข้าไปในตลาดเพื่อนบ้านได้มากขึ้น

ที่มา : www.smeone.info

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


รู้ทัน “อาการบวมน้ำ” ปัญหาใหญ่ของสาวๆ

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้หลายๆ คนคงถือโอกาสชิม ช็อป กันอย่างเมามันส์ แล้วจู่ๆ ก็คิดว่าตัวเองอ้วนขึ้น ไม่ว่าจะตัวเลขบนตาชั่งเพิ่มขึ้นมั๊ย กางเกงคับแน่นไปหรือเปล่า แต่สาวๆ รู้มั๊ยคะว่านั่นอาจไม่ได้หมายความว่าคุณอ้วนขึ้น แต่มันอาจเป็นเพราะคุณกำลัง บวมน้ำ อยู่ก็เป็นได้นะคะ โดยอาการบวมน้ำที่ว่านี้ มักเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและจะแก้ปัญหาอาการบวมน้ำได้อย่างไร ไปดูกันค่ะ

สาเหตุของอาการอ้วนแบบบวมน้ำ
อาการอ้วนแบบบวมน้ำโดยหลักๆ มักเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารเค็มมากจนเกินไป เมื่อร่างกายได้รับโซเดียมสูง ก็จะกักเก็บน้ำไว้โดยอัตโนมัติเพื่อเอาไว้ขับโซเดียมส่วนเกินออกทางไต นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สาวๆ รู้สึกอึดอัด หรือว่าตัวบวมขึ้นได้
สาวๆ บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ถ้าหากเราดื่มน้ำเยอะเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการอ้วนแบบบวมน้ำได้เช่นกัน เพราะความสามารถของไตในการขับปัสสาวะนั้นมีขีดจำกัด น้ำส่วนเกินในร่างกายที่ขับออกไปไม่หมดจะทำให้เกิดอาการบวมน้ำนั่นเองล่ะค่ะ
เคยมั้ยคะ กินน้อย แต่ดันแอบมีพุงยื่นออกมา เนื่องจากการเคี้ยวอาหารเร็วเกินไป ทำให้บางทีเราอาจเคี้ยวไม่ละเอียด และเกิดลมในกระเพาะ จนท้องป่องออกมาได้อย่างที่เห็น
พอใกล้เข้าสู้ช่วงประจำเดือน ร่างกายของสาวๆ ทุกคน จะมีอาการแปลกๆ ฟ้องหลายอย่าง อาการบวมน้ำก็เป็นหนึ่งในสัญญาณเหล่านั้นเช่นกันค่ะ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนแปรปรวนผิดปกติ ทำให้เกิดอาการท้องอืดและตัวบวมน้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วิธีลดอาการบวมน้ำ บวมน้ำ ลดความอ้วน

วิธีช่วยลดอาการอ้วนบวมน้ำ
–  หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีแก๊สสูง จำพวกแป้งขัดสี เนื้อสัตว์ และไขมัน เพราะเป็นอาหารประเภทย่อยยาก
–  ไม่ดื่มน้ำรวดเดียวทีละมากๆ เพราะอาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำมากเกินไป ทั้งยังไม่ได้ช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกไปมากขึ้นด้วย แต่ควรเน้นดื่มบ่อยครั้งตลอดวันแทน
–  ลดการทานเค็ม เพราะจะได้ไม่เป็นการเพิ่มโซเดียมให้กับร่างกาย แต่ทั้งนี้ โซเดียมก็ยังคงเป็นแร่ธาตุที่ยังจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งควรได้รับในปริมาณไม่เกิน 1,500-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
–  ทานแมกนีเซียม เพราะมีส่วนช่วยลดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย พบได้ในอาหารประเภทปลา กล้วย เมล็ดธัญพืช และผักสีเขียวต่างๆ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ ก็อย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเกิดความรู้สึกว่าอ้วนขึ้น จนใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ไม่สวย ถ่ายรูปมุมไหนก็ไม่โดนกันนะคะ

ที่มา : goodlifeupdate.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน