เจาะลึก “ไคโตซาน” สารสกัดมหัศจรรย์จากธรรมชาติ

ไคติน-ไคโตซาน ชื่อนี้หลายคนอาจยังไม่คุ้นหูนัก แต่ถ้าบอกว่าสารสกัดนี้อยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก และไคตินยังมีสรรพคุณอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการดักจับคราบไขมัน โลหะหนัก อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ และมักจะนำมาเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางอีกด้วย วันนี้ SI จะพาทุกคนไปรู้จักสารมหัศจรรย์จากธรรมชาติชนิดนี้กันค่ะ

ไคติน คืออะไร ไคตินเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพชนิดหนึ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อ เป็นองค์ประกอบในโครงสร้างต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิด ไคตินเป็นพอลิเมอร์ชีวภาพที่มีมากเป็นอันดับสองของโลก และเนื่องจากไคตินเป็นพอลิเมอร์ที่พบในธรรมชาติ เราจึงมักพบไคตินในรูป สารประกอบเชิงซ้อนที่อยู่รวมกับสารอื่นๆ ไคตินเป็นสารประกอบพวกคาร์โบไฮเดรตเช่นเดียวกับเซลลูโลสและแป้ง รูปร่างของไคตินจะเป็นเส้นสายยาวๆ มีลักษณะคล้ายลูกประคำที่ประกอบขึ้นมาจาก น้ำตาลโมเลกุลเล็กๆ ที่มีชื่อว่า เอ็น-อะซิทิลกลูโคซามีน ไคติน-ไคโตซาน ดาวรุ่งพุ่งแรง เมื่อพูดถึงไคติน อีกคำที่มักจะพ่วงมาด้วยคือ ไคโตซาน ไคโตซาน คืออนุพันธ์ตัวหนึ่งของไคติน รูปร่างหน้าตาของมันก็จะละม้ายคล้ายกับไคติน ไคโตซานจะได้จากปฏิกิริยาการดึงส่วนที่เรียกว่า หมู่อะซิทิล (acetyl group) ของไคตินออกไป เรียกว่า ปฏิกิริยาดีอะซิทิเลชัน (deacetylation) ทำให้จากเดิมโมเลกุลเดี่ยวของไคตินที่เคยเป็น เอ็น-อะซิทิลกลูโคซามีน ถูกแปลงโฉมใหม่เหลือแค่ กลูโคซามีน (glucosamine) 

จากที่เคยเรียกว่าไคตินก็เลย เปลี่ยนชื่อเป็นไคโตซาน การหายไปของหมู่อะซิทิล ทำให้ไคโตซานมีส่วนของโมเลกุลที่แอคทีฟ และพร้อมที่จะทำ ปฏิกิริยาอย่างว่องไวอยู่หลายหมู่ หมู่ที่เด่นๆ เลยก็คือ หมู่อะมิโน (-NH2) ตรงคาร์บอนตัวที่ 2 หมู่แอลกอฮอล์ (CH2OH) ตรงคาร์บอนตัวที่ 6 และหมู่แอลกอฮอล์ที่คาร์บอนตัวที่ 3 และเพราะหมู่ที่อยากทำปฏิกิริยานี้เองที่ทำให้ไคโตซานมีโอกาสได้ฉายแววรุ่งโรจน์ในหลายๆ วงการ

ไคติน-ไคโตซาน ทำงานได้อย่างไร ไคติน-ไคโตซาน จะทำงานเป็นตัวสร้างตะกอนและตัวตกตะกอน ตัวสร้างตะกอนจะกระตุ้นให้เศษของเสียที่แขวนลอยๆ ในน้ำเกิดการรวมกันเป็นกลุ่มก้อน ใหญ่ขึ้นๆ และพอใหญ่มากเกินก็ตกเป็นตะกอนลงมา ส่วนตัวตกตะกอน ก็จะทำงานคล้ายๆ กันคือจะไปจับกับสารแขวนลอยในน้ำแล้วตกตะกอนลงมา โดย-ไคโตซานจะทำหน้าที่ทั้งสองแบบ ซึ่งทำได้ดีเนื่องจากมีหมู่อะมิโนที่สามารถแตกตัวให้ประจุบวกมาก จึงทำให้พวกประจุลบอย่างโปรตีน สีย้อม กรดไขมันอิสระ คอเลสเทอรอล (ในร่างกาย) ต้องเข้ามาเกาะกับประจุบวกของไคโตซาน ส่วนโลหะหนักซึ่งเป็นประจุบวกอยู่แล้ว จะจับกับอิเล็กตรอนจากไนโตรเจนในหมู่อะมิโนของไคโตซานทำให้เกิดพันธะเคมีที่เรียกว่า พันธะเชิงซ้อนขึ้นมา และจากการทดลองพบว่าหมู่อะมิโนในไคโตซานจะสามารถจับกับโลหะหนักในน้ำ ได้ดีกว่าหมู่อะซิทิลของไคติน

ประโยชน์ของไคติน-ไคโตซาน ไคติน-ไคโตซานเป็นตัวอย่างของการจัดการกับกากของเสียที่ชาญฉลาด ซึ่งตอนนี้ถูกนำไปใช้ ประโยชน์หลายๆ อย่างได้อย่างน่าทึ่งในแทบทุกวงการเลยทีเดียว ทั้งการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม ในทางการแพทย์ ไคตินสุดไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านจากร่างกาย ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายทั้งยังช่วยส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อคนอีก ไคติน-ไคโตซานก็เลยได้รับความสนใจเป็นอย่างมากที่จะได้รับการพัฒนาไปใช้ในทางการแพทย์อย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ส่งเสริมการเจริญของแบคทีเรียในลำไส้ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ต่อต้านมะเร็ง ช่วยลดสารพิษและยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายอย่างเชื้อซัลโมเนลลา ใช้ทำผิวหนังเทียมที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานให้กับผู้ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือพวกประสบอุบัติเหตุที่มีแผลลึกๆ ในทางการเกษตร ไคโตซานสามารถก่อตัวเป็นฟิล์มบาง ใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เคลือบผิวเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตรและเมล็ดพันธุ์ และยังมีการนำเอาอนุพันธ์ของไคตินและไคโตซานไปเป็นสารต่อต้านเชื้อรา ไวรัสและแบคทีเรียบางชนิด ซึ่งมันสามารถทำงานได้อย่างกว้างขวาง เช่น ยับยั้งโรคโคนเน่าจากเชื้อรา โรคแอนแทรกโนส และโรคอื่นๆ ไคติน-ไคโตซานสามารถใช้เป็นสารเสริมผสมลงในอาหารสัตว์บก เช่น สุกร วัว ควาย เป็ด ไก่ ช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการท้องเสียของสัตว์ได้ และลดอัตราการตายของสัตว์วัยอ่อนอันเนื่องมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดในทางเดินอาหาร ในด้านความสวยความงาม ไคติน-ไคโตซานสามารถลดความอ้วน ได้ดีสุดยอดอย่างที่เราไม่อยากจะเชื่อ เมื่อไคตินนั้นได้กลายเป็นไคโตซานแล้ว ประจุบวกอันมหาศาลของไคโตซาน จะเป็นที่ดึงดูดใจมากของเหล่ากรดไขมันอิสระ และคอเลสเทอรอลที่มีประจุลบ ดังนั้นเจ้าตัวต้นเหตุของความอ้วน ทั้ง 2 ตัว ก็จะเกาะติดแจกับไคโตซาน และคนไม่สามารถย่อยไคติน-ไคโตซานได้ทั้งหมดจึงถูกขับออกมาพร้อม กับอุจจาระโดยที่มีคอเลสเทอรอลและไขมันส่วนเกินตามออกมาด้วย

ไคโตซานมีประจุบวกอย่างล้นเหลือทำให้มันสามารถเกาะกับประจุลบของผิวหนังและเส้นผมได้เป็นอย่างดี จึงถูกนำไปใส่ในเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ธรรม ชาติที่เราคงคุ้นชื่อกันดีว่ากรดแอลฟาไฮดรอกซี หรือ AHA ไงครับ กรดพวกนี้จะกระตุ้นให้ผิวหนังเก่าหลุดลอก เพื่อสร้างผิวใหม่ ทำให้ผิวคุณดูอ่อนเยาว์ขึ้น ส่วนในการบำรุงเส้นผม ไคโตซานจะก่อตัวเป็นฟิล์มเคลือบเส้นผมไว้ ทำให้เส้นผมคงสภาพนุ่มสลวยไม่เสียง่าย ในด้านสิ่งแวดล้อม ไคโตซานคือสุดยอดนวัตกรรมที่เกิด มาจากเทคโนโลยีการใช้กากของเสียให้เป็นประโยชน์ เป็นทางออกที่ดีทั้งต่อมนุษย์และต่อสิ่งแวดล้อม ในการจัดการเปลือกกุ้งมากมาย ที่ถูกทิ้งจากอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ บทบาทที่สำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อมของไคโตซานที่เรารู้ๆ กันก็คือการบำบัดน้ำทิ้ง น้ำเสีย นอกจากการบำบัดน้ำเสียแล้ว ไคโตซานยังมีความสามารถในการจับกับของแข็งแขวนลอยได้ดี และจับกับอะตอมของ โลหะหนัก รวมทั้งมีการนำไปจับกับสารกัมมันตรังสีอย่างพลูโตเนียมและยูเรเนียมด้วย ส่วนการจับกับคราบไขมันนั้น กลไกการจับก็คล้ายๆ กับการจับกับไขมันในทางเดินอาหาร

และบทบาทที่คนไม่ค่อยจะรู้กันประการหนึ่งก็คือ มีการใช้ไคโตซานผสมกับพลาสติกเพื่อผลิตพลาสติก ที่สามารถย่อยสลายได้ ในภาคอุตสาหกรรม ไคตินและไคโตซาน มีประโยชน์อย่างมากมายใน อุตสาหกรรมอาหาร เช่น ใช้เสริมใยอาหารธรรมชาติในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้ง ใช้เพิ่มความเหนียวแน่นให้กับ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ใช้เพิ่มกลิ่นรสให้ดีขึ้นกับผลิต ภัณฑ์เนื้อสัตว์ อุตสาหกรรมเส้นใย กระดาษ สิ่งทอ ก็มีการใช้ไคโตซาน เช่น ใช้ทำภาชนะบรรจุที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ทำฟิล์มถนอมอาหารที่สามารถรับประทานได้ ใช้ในการผลิตผ้าที่ย้อมสีติดทนนาน ใช้ในกระบวนการผลิตกระดาษ ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพสูง ทนทานต่อการฉีกขาด หรือผลิตกระดาษที่ซับหมึกได้ดีเพื่อการพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพสูง

ที่มา : 108health.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


29 คุณประโยชน์ของงาดำ

งาดำ (Black sesame seeds) ถือเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพ สามารถที่จะรับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องได้ ซึ่ง งาดำมีสรรพคุณช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง และหากเรารับประทานเป็นประจำ ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรงมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน ภายในงาดำนั้น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น วิตามิน B รวม , เหล็ก (Iron) แมกนีเซียม (Magnesium) , ฟอสฟอรัส (Phosphorus) , โซเดียม (Sodium) , สังกะสี (zinc) , แคลเซียม (Calcium) และ โพแทสเซียม (Potassium) เป็นต้น นอกจากนั้น งาดำยังช่วยบำรุงสุขภาพในทุกส่วนของร่างกายให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทองอีกด้วย

สรรพคุณของงาดำ

ภายในงาดำ มีสารอาหารต่างๆ มากมายหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังมีสรรพคุณช่วยชะลอความแก่ ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย รวมไปถึงช่วยบำรุงผิวพรรณของเราให้สดใสอยู่เสมออีกด้วย

– งาดำมีความสำคัญอย่างมากต่อความสมบูรณ์ของร่างกาย

– ช่วยชะลอความแก่ คงความอ่อนเยาว์

– ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ชุ่มชื้น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

– ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนังของคุณ

– ช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง และช่วยให้ผมดกเงางาม

– ช่วยป้องกันผมหงอก

– ช่วยเพิ่มพลังงานและความแข็งแรงของร่างกาย

– ช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน ลดความอ้วน

– ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล

– ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

ที่มา : medthai.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


6 อาหารไขมันดี ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและไขมันอุดตัน

ใครอยาก Diet ห้ามพลาด! การลดน้ำหนักมักเริ่มจากการลดไขมัน ซึ่งอาจไม่ถูกซะทีเดียวนะคะ จริงๆ แล้วสิ่งที่ควรลดคือ แป้งและน้ำตาลต่างหากละคะ แต่ทราบกันมั๊ยคะว่าไขมันมีทั้งชนิดดีและชนิดเลว วันนี้ SI จะพาทุกคนไปรู้จักกับไขมันดีกันค่ะ

ไขมันดี คืออะไร?

ไขมันดีเราเรียกว่า HDL ส่วนไขมันเลวเราเรียกว่า LDL เจ้าไขมันเลวนี่แหละที่เป็นตัวการของโรคต่างๆ อย่างที่ทราบกันโดยทั่วไปคือ โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด ที่นำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดได้ นอกจากภายในร่างกายจะแย่แล้ว ยังเป็นไขมันที่ทำให้เราเป็นโรคอ้วนอีกด้วย ส่วนไขมันดี หรือ HDL ที่ว่าเป็นไขมันดี ก็เพราะมันไม่ใช่ตัวการสำคัญของโรคต่างๆ เหมือนไขมันเลว แต่ยังเป็นตัวที่คอยเก็บคราบไขมันตามผนังหลอดเลือดออกไป แล้วขับออกจากร่างกายผ่านตับ และน้ำดีอีกด้วย เพราะฉะนั้นรู้หรือยังว่าทำไมเราจำเป็นที่จะต้องทานไขมันดีเข้าไปในร่างกายบ้าง

อาหารที่มีไขมันดี

อาหารที่มีไขมันดีมีอยู่จำนวนไม่น้อย แต่ที่เราอยากแนะนำให้ทานกัน มีดังนี้

1. น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกเป็นอาหารชนิดแรกๆ ที่เราอยากแนะนำให้คนไทยได้ทานกัน เพราะคนไทยจะถนัดการใช้น้ำมันชนิดอื่นทำอาหารเสียมากกว่า แต่อันที่จริงแล้วน้ำมันมะกอกช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีให้กับร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้เป็นอย่างดี น้ำมะกอกชนิด Extra Virgin, Virgin ควรนำมาทานสดๆ ผสมกับน้ำสลัด โดยไม่ผ่านความร้อน แต่หากอยากนำมาใช้ประกอบอาหารร้อนแทนน้ำมันพืช น้ำมันปาล์ม ควรเลือกเป็นน้ำมันมะกอกชนิด Extra Light Olive Oil หรือ Olive Pomace Oil ที่ทนต่อความร้อนได้แทน

2. น้ำมันเมล็ดฟักทอง

อีกหนึ่งตัวเลือกหากใครไม่ชอบน้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดฟักทองมีกรดไขมันโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 สูง มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตได้ดียิ่งขึ้น และดีต่อสุขภาพของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ และคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร

3. อัลมอนด์

เห็นเป็นของทานเล่นอร่อยๆ แบบนี้ มีประโยชน์มากมาย เพราะอัลมอนด์ช่วยเพิ่มไขมันดี และลดไขมันเลวโดยตรงเลยทีเดียว ช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจ และยังมีวิตามิน และแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกเพียบ เช่น วิตามินอี โฟเลต แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฯลฯ บ่ายๆ แทนที่จะหยิบขนมหวานเข้าปาก ลองทานเมล็ดอัลมอนด์ 1 กำมือดูนะคะ

4. หอมหัวใหญ่

ใครที่ไม่ชอบทานหอมหัวใหญ่อาจจะต้องลองคิดดูใหม่ เพราะหอมหัวใหญ่เป็นอีกหนึ่งอาหารสำคัญที่ช่วยลดปริมาณไขมันเลว และเพิ่มไขมันดีให้กับร่างกาย ช่วยกำจัดคอลเสเตอรอลที่อยู่ตามผนังหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี และยังช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัว จนอุดตันเส้นเลือดอีกด้วย จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด และอัมพาตได้

5. อะโวคาโด

คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับอะโวคาโดมากขึ้น และราคาก็เริ่มย่อมเยา เพราะประเทศไทยเริ่มมีการปลูกอะโวคาโดทานเอง (หากซื้อใกล้แหล่งปลูกจะถูกมากกว่าตามห้างสรรพสินค้าที่สินค้านำเข้า) อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไขมันดีสูงมาก นอกจากจะช่วยลดคอเลสเอรอลที่ไม่ดีในร่างกายได้แล้ว อะโวคาโดยังเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง แต่น้ำตาลต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่อยากจำกัดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก และผู้ป่วยเบาหวานก็ทานได้ดี

6. ปลาทะเลน้ำลึก

น่าจะเคยได้ยินกันว่าปลาทะเลน้ำลึกมีโอเมก้า-3 อยู่ด้วย นอกจากจะช่วยบำรุงสมอง พัฒนาสมองในด้านการจำแล้ว ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และเพิ่มไขมันชนิดดีให้กับร่างกายได้อีกด้วย ปลาทะเลน้ำลึกที่อยากแนะนำ ได้แก่ แซลมอน แมคเคอเรล ทูน่า และซาร์ดีน

นอกจากนี้ไขมันดียังพบได้ในถั่วต่างๆ เช่น แมคคาเดเมีย พิสตาชิโอ และน้ำมันต่างๆ เช่น น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส น้ำมันคาโนลา ลองสับเปลี่ยนหมุนเวียนทานไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราได้รับไขมันดี พร้อมกับคุณค่าทางสารอาหารอื่นๆ ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นนะคะ

ที่มา : medthai.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


10 เรื่องของวิตามินที่คุณอาจไม่รู้

ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าวิตามินเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายมีแต่คุณประโยชน์ แต่รู้ไหมว่าวิตามินต่าง ๆ มีความลับซ่อนอยู่ที่หากคุณได้รู้จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมและดีต่อร่างกายยิ่งขึ้นได้ วันนี้ SI พาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ

1. วิตามินบางชนิดควรได้รับทุกวัน
วิตามินบางชนิดจำเป็นต้องได้รับทุกวัน ได้แก่ วิตามินซีและบี ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ วิตามินกลุ่มนี้ไม่ถูกสะสมหรือกักเก็บในร่างกายได้นาน จะถูกกำจัดออกทางปัสสาวะและเหงื่อ เราจึงต้องได้รับวิตามินกลุ่มนี้ทุกวัน และแม้ร่างกายจะได้รับวิตามินกลุ่มนี้มากเกินไป ส่วนเกินของวิตามินจะถูกขับออกโดยไม่ทำให้เกิดพิษหรือปัญหาต่อร่างกาย

2. เอ ซี อี ซิลีเนียม เด่นชะลอวัย
วิตามินเอ ซี อี และแร่ซิลีเนียมเป็นกลุ่มวิตามินที่ให้ผลลัพธ์ในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระโดดเด่นกว่าวิตามินตัวไหน ๆ ซึ่งพบมากในผลไม้ อาทิ ลูกพรุน องุ่น ผลไม้ชนิดเบอร์รี ฝรั่ง และส้ม ส่วนผักก็ได้แก่ ผักบุ้ง บลอกโคลี ผักขม ซึ่งการทานให้ได้ผลดีสุดควรทานในรูปแบบผักผลไม้สด แต่หากเป็นคนที่ทานผักผลไม้น้อย แหล่งอาหารเสริมก็เป็นทางเลือกที่สองได้

3. เบตาแคโรทีน ทานดีทั้งรูปแบบอาหารและอาหารเสริม
หากต้องการทานเบตาแคโรทีนเพื่อบำรุงสุขภาพ ป้องกันความเสื่อมถอยของร่างกาย แนะนำให้รับประทานในรูปอาหารซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในผักผลไม้ที่มีสีส้มหรือสีเหลือง แต่หากต้องการทานเพื่อการรักษาภาวะความเสื่อมที่เป็นอยู่ ก็สามารถเลือกทานในรูปแบบอาหารเสริมได้ แต่ควรให้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ดีที่สุด

4. ไข่ขาวดิบ ทำลายวิตามินบี 7
ไข่ขาวดิบ มีสารที่ส่งผลต่อไบโอตินในวิตามินบี 7 ที่อยู่ในลำไส้และขัดขวางการดูดซึมของร่างกาย หากรับประทานไข่ขาวดิบปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น 2 ฟองหรือมากกว่า 2 ฟองต่อวันเป็นเวลาหลายเดือน จะทำให้ร่างกายขาดไบโอตินได้ เพราะในไข่ขาวมีสารที่ทำลายไบโอติน

5. วิตามินซีไม่ได้มีดีแค่ป้องกันหวัด
วิตามินซีเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายในชีวิตประจำมาก ๆ เพราะช่วยต้านความเครียด เพิ่มความสดชื่นและความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย ที่สำคัญคือ ช่วยต้านริ้วรอยโดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีบทบาทช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้ด้วย

6. วิตามินดี ดีจริง ๆ
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าวิตามินดีมีดีกว่าการเสริมสร้างแคลเซียมในกระดูกและฟัน หรือกระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อในร่างกาย เพราะมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยต้านมะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม รวมถึงยังช่วยลดอาการซึมเศร้า และลดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังด้วย

7. วิตามินอี ไม่ได้มีดีแค่เรื่องผิวพรรณ
วิตามินอีขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงผิวสำหรับสาว ๆ แต่สำหรับหนุ่ม ๆ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะช่วยแก้ปัญหาความบกพร่องของระบบสืบพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ และเพิ่มโอกาสในการมีบุตรในผู้ที่มีบุตรยาก รวมถึงยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจด้วย

8. วิตามินบี 5 ปราบสิว
สาเหตุหนึ่งของคนที่เป็นสิวอาจเพราะขาด Coenzyme-A ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้วิตามินบี 5 ในการสร้าง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ไม่ดี ไขมันจึงออกมาทางส่วนต่าง ๆ ของผิวหนังเป็นเหตุให้เกิดการอุดตันที่ผิวหนังและเป็นสิวในที่สุด แต่หากร่างกายมีวิตามินบี 5 เพียงพอก็จะทำให้ระบบการเผาผลาญไขมันทำงานปกติ ผิวหนังไม่ผลิตน้ำมันออกมามากเกินจนเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

9. กินวิตามินพร้อมอาหารและหลังอาหาร
ช่วงเวลาสำหรับการรับประทานวิตามินคือ ทานพร้อมอาหารและหลังอาหารเพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด แต่ก็มีวิธีทานวิตามินให้ได้ผลดี คือ วิตามินบีรวมและวิตามินซี ควรรับประทานพร้อมอาหารเช้า กลางวัน เย็น เพื่อให้วิตามินอยู่ในระดับสูงตลอดทั้งวัน ส่วนวิตามินเอ ดี อี เคที่ละลายได้ดีในไขมัน ควรทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมัน และถ้าต้องทานวิตามินในมื้อเดียวให้เลือกมื้อที่ใหญ่ที่สุดของวัน หรือทานครึ่งหนึ่งหลังอาหารเช้า ครึ่งหนึ่งหลังอาหารเย็นก็ได้เช่นกัน

10. วิตามินมีกลิ่นไม่ได้เสีย
หลายคนเมื่อได้กลิ่นแรงของวิตามินมักคิดว่าเสีย แต่ความจริงแล้วคือการเสื่อม ซึ่งเกิดจากการเก็บไว้ผิดที่คือ โดนแสงแดดและอุณหภูมิสูงเกินไป หากรับประทานก็ไม่ได้เป็นอันตราย เพียงแต่ประสิทธิภาพอาจจะลดลง นอกจากนี้วิตามินที่มีรอยร้าวที่เม็ดก็ยังมีคุณภาพและทานได้ตามปกติ เพราะเกิดจากการเคลือบเม็ดมาไม่ดีเท่านั้น

ที่มา: bangkokhospital.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


Detox ง่ายๆ ด้วย 15 สุดยอดอาหารล้างพิษ

ปกติร่างกายเรามีการขับถ่ายและกำจัดของเสียตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่บางครั้งร่างกายอาจได้รับสารพิษมากเกินไป หรือมีของเสียคั่งค้างและกำจัดได้ไม่หมด จนกลายเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ ด้วยความที่ยุคปัจจุบัน ผู้คนสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น จึงเริ่มมีการใช้กรรมวิธีกำจัดสารพิษในร่างกายที่เรียกว่า การ “ดีท็อกซ์” กันมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้สิ่งไม่พึงประสงค์ที่คั่งค้างอยู่ถูกชะล้างออกไป และช่วยฟื้นฟูร่างกาย ขจัดโรคภัยต่างๆ ได้

การดีท็อกซ์ หรือ Detox มาจากคำว่า Detoxification ซึ่งแปลว่า การขจัดสารพิษ และสิ่งแปลกปลอมออกไปจากร่างกาย โดยใช้ระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากสารที่เรารับเข้าไปหลายอย่าง อาจเกิดการสะสม และทำปฏิกิริยากับสารอื่นๆ ภายในร่างกาย ทำให้เกิดผลเสียได้ ปัจจุบัน การขจัดสารพิษด้วยการดีท็อกซ์ถือเป็นการแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่ง ซึ่งวิธีหรือสูตรการดีท็อกซ์ก็มีด้วยกันมากมายหลากหลาย วันนี้ SI มี 10 อาหารที่ถือว่าเป็นสุดยอดอาหารเพื่อการ Detox อย่างแท้จริง จะมีอะไรไปดูกันค่ะ

1. แอปเปิ้ล
เพราะในแอปเปิ้ลอุดมไปด้วยเพคติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารชนิดที่สามารถดักจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายได้ ช่วยกำจัดสารพิษแล้วขับออกมาทางลำไส้ ถ้าจะให้ดีควรเลือกทานแอปเปิ้ลที่ปลูกแบบออแกนิก

2. อะโวคาโด
เรามักจะคิดแค่ว่าอะโวคาโดเป็นอาหารคลีน แต่ความจริงแล้วอะโวคาโดนี้เป็นแหล่งของสารอาหารที่ทรงพลัง ทั้งยังมีคอเลสเตอรอลต่ำ และช่วยขยายหลอดเลือด และช่วยปิดกั้นสารพิษที่เข้ามาทำลายหลอดเลือดแดง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน ช่วยต้านทานสารก่อมะเร็งได้อย่างน้อยถึง 30 ชนิดด้วยกัน อีกทั้งยังช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีต่างๆ ได้

3. บีทรูท (ผักกาดแดง)
ในหัวบีทรูทนั้นมีสารประกอบตามธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ที่ช่วยในการฟอกเลือด และจัดเป็นพืชที่ช่วยในการล้างพิษตับได้อย่างดีเยี่ยม

4. บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่จัดเป็นอาหารเพื่อการบำบัดที่ทรงพลังอีกชนิดก็ว่าได้ เพราะในบลูเบอร์รี่นั้นมีแอสไพรินตามธรรมชาติที่ช่วยลดผลกระทบจากเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง และลดความเจ็บปวดลงได้ นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ยังทำหน้าที่เป็นยาปฏิชีวนะด้วยการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการต้านไวรัสและป้องกันสารพิษเข้าสู่สมองได้ด้วย

5. กะหล่ำปลี
ในกะหล่ำปลีมีสาระต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกจำนวนมากช่วยให้ตับทำลายฮอร์โมนส่วนเกินออกไป อีกทั้งในกะหล่ำปลียังช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดสารพิษจากควันบุหรี่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างพิษของตับได้

6. ขึ้นฉ่าย
ทั้งขึ้นฉ่ายและเมล็ดขึ้นฉ่ายต่างก็ช่วยดีท๊อกซ์เลือดได้อย่างดีเยี่ยม มีสารต้านมะเร็งอยู่หลายชนิด ช่วยล้างพิษเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกาย ในเมล็ดขึ้นฉ่ายนั้นมีสารต้านการอักเสบอีกกว่า 20 ชนิด จึงช่วยกรองสารพิษที่พบในควันบุหรี่ออกไปได้

7. แครนเบอร์รี่
ช่วยล้างพิษร่างกายจากแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและไวรัสที่อาจตกค้างอยู่ในทางเดินปัสสาวะได้ เพราะในแครนเบอร์รี่นั้นมีสารที่เป็นทั้งยาปฏิชีวนะและต่อต้านไวรัสตามธรรมชาติอยู่มาก

8. เมล็ดลินิน
อุดมไปด้วยกรดไขมันสำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้งเมล็ดลินินและน้ำมันเมล็ดลินินต่างก็สำคัญต่อการทำความสะอาดระบบต่างๆ ตลอดทั้งร่างกายได้

9. กระเทียม
ทานกระเทียมช่วยล้างแบคทีเรียที่เป็นพิษออกไปได้ รวมไปถึงพยาธิในลำไส้และไวรัสต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในเลือดและลำไส้ กระเทียมช่วยล้างพิษที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง และยังช่วยต่อต้านมะเร็ง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยล้างพิษจากสารอันตรายภายในร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมยังเป็นผู้ช่วยสำคัญในการทำความสะอาดทางเดินหายใจด้วยการขับสารพิษออกจากปอดและไซนัส เพื่อให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดควรเลือกทานเป็นกระเทียมสด เพราะในกระเทียมผงนั้นไม่มีคุณสมบัติดี ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

10. เกรปฟรุต (ผลไม้ตระกูลส้ม)
ทานเกรปฟรุตในมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากเส้นใยเพคตินที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอล ดังนั้นจึงช่วยทำความสะอาดเลือดได้ เพคตินยังช่วยดักจับโลหะหนักและนำพาออกไปจากร่างกาย นอกจากนี้เกรปฟรุตยังมีสารที่ช่วยต้านไวรัสจึงขจัดไวรัสที่ทำอันตรายออกไปได้ เกรปฟรุตจัดเป็นผลไม้ล้างพิษที่ยอดเยี่ยมสำหรับลำไส้และตับเลยทีเดียว

11. ผักคะน้า
ผักคะน้านึ่งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยล้างสารพิษออกไปจากร่างกายได้ ทั้งยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยทำความสะอาดทางเดินอาหาร คล้ายๆ กับกระหล่ำปลีนั่นเอง คะน้ายังทำให้สารที่พบในควันบุหรี่มีความเป็นกลาง และยังช่วยล้างพิษตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

12. พืชตระกูลถั่ว
เพิ่มถั่วที่ปรุงสุกแล้วลงไปในอาหารมื้อต่อไปของคุณ มันเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้และรักษาระดับน้ำตาลในเลือด พืชตระกูลถั่วยังช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วยนะ

13. เลมอน
จัดเป็นสารล้างพิษตับชั้นเยี่ยม ในเลมอนประกอบไปด้วยวิตามินซีสูงมาก ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการใช้เพื่อนำไปผลิตสารที่มีชื่อว่ากลูต้าไธโอน กลูต้าไธโอนช่วยล้างพิษตับจากสารเคมีอันตรายต่างๆ บีบน้ำเลมอนสักลูกผสมกับน้ำสะอาดแล้วดื่มทุกวันเป็นประจำช่วยล้างพิษในร่างกายได้

14. สาหร่ายทะเล
สาหร่ายทะเลเป็นพืชที่มักจะถูกละเลยในโลกตะวันตก จากการศึกษาที่มหาวิทยาลัย McGill ในมอนทรีออล พบว่าสาหร่ายทะเลช่วยดักจับสารกัมมันตรังสีในร่างกายได้ อีกทั้งยังดักจับโลหะหนักแล้วขจัดออกไปจากร่างกาย นอกเหนือจากนี้ในสาหร่ายทะเลยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุอีกเป็นจำนวนมากด้วย

15. ผักวอเตอร์เครส (สลัดน้ำ)
ถ้ายังไม่เคยทานผักวอเตอร์เครส อาจลองชิมด้วยการนำไปทำแซนวิชดูได้ ผักชนิดนี้เพิ่มเอนไซม์ที่ช่วยในการล้างพิษและเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกายด้วย จากการศึกษาในศูนย์วิจัยอาหาร Norwich ในประเทศอังกฤษ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ที่ทานวอเตอร์เครส 170 กรัมต่อวันจะขจัดสารก่อมะเร็งผ่านออกมาทางปัสสาวะได้มากกว่าระดับปกติที่เคยขับออกมาจากร่างกาย

การกินผักและผลไม้ที่หลากหลายจัดเป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมในการล้างเอาสารพิษที่เป็นอันตรายออกไปจากร่างกาย อีกทั้งมันยังอร่อยถูกปากรสชาติดีอีกด้วยนะ

ที่มา: health-th.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


ใช้เครื่องสำอางอย่างไร ให้ยืดอายุการใช้งานนานยิ่งขึ้น

สาวๆ รู้หรือไม่ อายุการใช้งานของ เครื่องสำอาง  แม้ว่า เครื่องสำอาง มีวันหมดอายุก็จริง แต่หากรู้วิธีการเก็บรักษาและดูแลเป็นอย่างดี จะช่วยยืดอายุเครื่องสำอางให้นานยิ่งขึ้นโดย เครื่องสำอาง สามารถแบ่งออกตามประเภทดังนี้รองพื้นและเบส

อายุหลังเปิดใช้ – ชนิด water base อยู่ได้นาน 12 เดือน / ชนิด oil base อยู่ได้นาน 18 เดือน

สัญญาณเตือน – เนื้อรองพื้นที่เคยลื่นเหลว แข็งเป็นเม็ด แป้งสีขาวขุ่นมัว

วิธียืดอายุ – ต้องปิดฝาให้สนิท ใช้คอตต้อนบัดแตะรองพื้นก่อนแต้มที่ผิวหน้า เลี่ยงการใช้นิ้ว ที่สำคัญ

เลือกรองพื้นชนิดขวดปั๊มป้องกันอากาศและฝุ่นละออง ช่วยให้รองพื้นคงความชุ่มชื้น

หรือถ้าเป็นรองพื้นชนิดครีมควรใช้พายตัก

สำหรับแป้งผสมรองพื้น ควรหมั่นล้างทำความสะอาดพัฟให้เกลี้ยงและสะอาด

เพราะความมันและแบคทีเรียจากผิวหน้าอาจปนเปื้อนทำให้เนื้อแป้งหมดอายุเร็วขึ้น


ลิปสติก ลิปกลอส

อายุหลังเปิดใช้ – อยู่ได้นาน 18 เดือน

สัญญาณเตือน – กลิ่นค่อนข้างฉุน ชวนเวียนหัว ถ้าเป็น lip gloss เนื้อผลิตภัณฑ์อาจะเหนียวไม่เหมือนเดิม

วิธียืดอายุ – หลีกเลี่ยงการทาที่ริมฝีปากโดยตรง รวมทั้งการใช้นิ้วแตะแต้ม

ควรใช้พู่กันเกลี่ยเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกจากมือและริมฝีปากไปสะสมที่ลิป


มาสคาร่า

อายุหลังเปิดใช้ – อยู่ได้นาน 3-6 เดือน

สัญญาณเตือน – เหนียวข้น เกาะกันเป็นเม็ด เมื่อปัดที่ขนตา หากทิ้งไว้นานจะแห้งกรัง

วิธียืดอายุ – ก่อนดึงแปรงออกมา ควรเขย่าขวด 2-3 ครั้ง หลีกเลี่ยงการปาดแปรงที่ปากขวด

เพราะมาสคาร่าที่โดนอากาศจะติดเกรอะกรังทำให้ปิดฝาไม่สนิท


บลัชออน อายแชโดว์

อายุหลังเปิดใช้ – อยู่ได้นาน 3 ปี

สัญญาณเตือน – สีซีดจางและไม่ติดผิว บางยี่ห้อเนื้อจะด้าน

วิธียืดอายุ – ปิดฝาให้สนิท และใส่ซองกำมะหยี่เพื่อกันกระแทก ซึ่งอาจทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์แตกหักได้


ดินสอเขียนขอบปาก ตา

อายุหลังเปิดใช้ – อยู่ได้นาน 3 ปี

สัญญาณเตือน – เนื้อดินสอแห้ง สีไม่ติดผิว

วิธียืดอายุ – ควรฝนทุกครั้งที่ใช้ เพื่อกำจัดเนื้อผลิตภัณฑ์เก่าออกก่อนจะวาดบนริมฝีปากหรือขอบตา


ยาทาเล็บ

อายุหลังเปิดใช้ – อยู่ได้นาน 12 เดือน

สัญญาณเตือน – สีและลิควิคแยกตัวจากกันอย่างเห็นได้ชัดหากนานเข้า เนื้อจะข้นและแข็งเป็นก้อน

วิธียืดอายุ – ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททุกครั้งหลังการใช้ ป้องกันการแห้งระเหย

ถ้าหากเก็บไว้ในตู้เย็นอาจช่วยยืดอายุได้ถึง 2 ปี

 

แต่สาวๆ รู้หรือไม่ว่า เครื่องสำอาง ที่ยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน จะสามารถเก็บได้นานถึง5ปีเลยทีเดียว แต่ก็ขึ้นอยู่กับอุณภูมิการเก็บรักษาด้วยค่ะ

ข้อมูล : นิตยสารแพรว


สนใจผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างแบรนด์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ขอใบราคา สินค้าตัวอย่าง
Tel. 02-313-3456, 09-5558-2289

5 เหตุผล ทำไมต้องใช้ Hand cream

ผิวมือเป็นส่วนที่หลายคนมักจะละเลย ทั้งที่สำคัญไม่แพ้ผิวหน้าและผิวกาย อีกทั้งผิวมือยังฟ้องอายุได้ชัดเจนอีกต่างหาก ลองคิดดูสิคะ ถ้าใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แต่ผิวมือดูแห้งเหี่ยวหยาบกร้าน ก็คงไม่น่ามองแน่ๆ SI ขอยกเอาเหตุผล ที่จะบอกว่าทำไมคุณควรใช้ แฮนด์ครีม เป็นประจำมาฝาก

แฮนด์ครีม ทาแฮนด์ครีมเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ผิวมือชุ่มชื้น และดูอ่อนเยาว์มากขึ้นด้วยถ้าลองสังเกตดู ผิวหลังมือนั้นจะบางกว่าผิวฝ่ามือ และขาดความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่า การทาโลชั่นธรรมดาอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ผิวหลังมือชุ่มชื้นได้เพียงพอ ยิ่งมือของเราสัมผัสกับมลภาวะ แบคทีเรีย และสารเคมีต่างๆ มากมาย ยิ่งทำให้ผิวมือแห้งกร้านได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

1. ทำให้ผิวมืออ่อนนุ่มและชุ่มชื้น
ประโยชน์ข้อแรกของแฮนด์ครีมที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็คือช่วยทำผิวชุ่มชื้น และผิวมือนุ่มเนียนขึ้น น้ำมันในแฮนด์ครีมจะช่วยช่วยเติมความชุ่มชื้นบนผิวมือที่สูญเสียไป และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผิวแห้งในอนาคตด้วย

2. ปลอบประโลมผิวที่ถูกทำลาย
แฮนด์ครีมหลายตัวมีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น สมุนไพร หรือน้ำมันหอมระเหยต่างๆ ที่จะช่วยเยียวยาและฟื้นฟูผิว และยิ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติที่หอมติดผิว ยิ่งทำให้แฮนด์ครีมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

3. ผ่อนคลายความเครียด เหมือนได้ทำโฮมสปา
การทาแฮนด์ครีมและนวดมือเป็นประจำทุกวัน เป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าคุณสามารถกดจุดที่ฝ่ามือได้ ยิ่งจะทำให้ผ่อนคลาย ลองหลับตาและนวดมือด้วยแฮนด์ครีมจนกว่าครีมจะซึมซาบลงสู่ผิวได้หมด จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้มากเลยทีเดียว

4. แฮนด์ครีมดีต่อเล็บ
ส่วนผสมในแฮนด์ครีมจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังรอบเล็บและจมูกเล็บ อีกทั้งการทาแฮนด์ครีมเป็นประจำ จะช่วยบำรุงให้เล็บแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นด้วย

5. แฮนด์ครีมมีประโยชน์มากกว่าที่คิด
นอกจากจะช่วยบำรุงผิวมือแล้ว แฮนด์ครีมยังช่วยดูแลเส้นผมได้ด้วย โดยเฉพาะเมื่อผมชี้ฟูไม่ได้ดั่งใจ ลองถูแฮนด์ครีมลงบนฝ่ามือ แล้วลูบไล้ลงบนเส้นผม ก็จะทำให้ผมเรียบลื่นขึ้นได้

ทางที่ดีที่สุดควรพกแฮนด์ครีมติดกระเป๋าไว้ทุกวัน เมื่อรู้สึกว่ามือแห้งเมื่อไหร่ ก็หยิบขึ้นมาทาเมื่อนั้น และที่สำคัญ ควรเลือกแฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดด เพื่อทำให้ผิวมือไม่หมองคล้ำจากการสัมผัสกับแสงแดด

นอกจากนี้จึงควรเลือกแฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินอี น้ำมันหอมระเหย กลีเซอรีน เอเอชเอ และเชียร์บัตเตอร์ เพื่อช่วยต้านอนุมูลอิสระ และทำให้ผิวมือชุ่มชื้น น่าสัมผัสยิ่งขึ้น

ที่มา: hellomagazine.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


5 Checklist ต้องรู้หากอยากส่งออกไปต่างประเทศ

หนึ่งในการขยายกิจการของธุรกิจที่ผ่านช่วงเริ่มต้นมาแล้วก็คือการขยายกิจการสู่ต่างประเทศ แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการส่งออกแล้ว หลายท่านมองเป็นเรื่องไกลตัว และมองหาแนวทางในการเริ่มต้น วันนี้ SI มีบทความดีๆ ของ 5 เช็คลิสต์ที่จะช่วยให้การส่งออกในธุรกิจของคุณนั้นง่ายขึ้นจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลยค่ะ

1. กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศช่วยคุณได้
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจอยากจะขยายธุรกิจเพื่อส่งออก แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน สามารถติดต่อเข้าไปที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169 จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการข้อมูลและข่าวสารทางการค้าในเชิงลึก และคุณยังสามารถรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คุณสามารถเลือกตลาดที่เหมาะกับสินค้าของคุณได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ DITP ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น งานฝึกอบรมหรือสัมมนาเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ งานจัดแสดงสินค้า สามารถติดตามอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ผ่านช่องทาง www.ditp.go.th หรือ Facebook ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

2. โปรโมทสินค้าให้ถูกที่ ก็ขายได้มากขึ้น
ในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตทำให้คุณสามารถเข้าถึงได้จากทั่วทุกมุมโลก แต่อย่าลืมว่าลูกค้าของคุณก็สามารถเข้าถึงสินค้าได้จากทุกมุมโลกเช่นกัน และที่สำคัญการสั่งซื้อของออนไลน์ในปัจจุบันก็ได้รับความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณจึงควรรู้จักที่จะโปรโมทสินค้าของคุณผ่านเว็บไซต์ต่างๆ แต่คุณก็ต้องรู้จักความแตกต่างของแต่ละช่องทางให้ดี เพื่อให้สินค้าของคุณไปถึงเป้าหมายได้มากขึ้นเช่น หากคุณอยากจะขายสินค้าแบบปลีก ก็ควรที่จะลงสินค้าใน Amazon หรือ E-bay สำหรับใครที่อยากขายสินค้าแบบส่ง Alibaba อาจจะเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่า

นอกจากนี้คุณควรจะมีการโปรโมทในรูปแบบอื่นๆ เช่น การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลงสินค้าของคุณบน Thaitrade.com หรือ ไปออกบูทจัดงานแสดงสินค้าเพื่อเพิ่มช่องทางการค้า และที่สำคัญคือ คุณควรมีช่องทางการติดต่อที่หลากหลายเพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารกับคุณได้อย่างสะดวกมากขึ้น

3. รู้จักตลาดให้ดี ใช้กลยุทธ์ให้เป็น
สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจการส่งออกของคุณนั้นยั่งยืนคือ คุณต้องทำความรู้จักกับตลาดให้ดี ทั้งการรู้จักคู่แข่งให้ดี การพัฒนาคุณภาพสินค้า พัฒนาการบริการ และ ระบบขนส่งเพื่อช่วยลดต้นทุนและยังเป็นการสร้างกำไรให้กับธุรกิจของคุณอีกด้วย เมื่อคุณรู้จักตลาดได้ดีพอ คุณก็จะสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์

กลยุทธ์ในการส่งออกให้ประสบความสำเร็จ
1. Scale : การผลิตหรือการส่งออกที่เน้นปริมาณ ช่วยให้สามารถเข้าตลาดได้ง่ายขึ้น
2. Reach : การรู้จักเข้าถึงลูกค้า ในวงกว้างจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้เร็วขึ้น
3. Speed : ความเร็วสามารถทำให้คุณช่วงชิงพื้นที่ในตลาดได้
4. Partnership : การผูกพันธมิตร หรือร่วมทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่นจะช่วยให้ธุรกิจของคุณแข่งแกร่งมากขึ้น
5. Localization : การปรับตัวให้เข้ากับความชอบหรือวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ

4. เอกสารครบ มีชัยไปกว่าครึ่ง
หลังจากที่มีการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้วสิ่งที่ต้องทำก็คือการจัดส่งสินค้า คุณสามารถเลือกส่งสินค้าได้ทั้งทางเรือหรือทางอากาศ และสามารถเลือกส่งด้วยตัวเองหรือเลือกใช้บริการจากบริษัทขนส่งก็ได้เช่นกัน แต่ขั้นตอนที่สำคัญนั้นก็คือ พิธีการศุลกากร

เอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้

1. ใบรับรองทางด้านความปลอดภัยและมาตรฐานของสินค้า
2. ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ
3. ใบขนสินค้าขาออก
4. บัญชีราคาสินค้า
5. บัญชีรายละเอียดการบรรจุหีบห่อ (Packing List)
6. คำร้องขอให้ในการตรวจสินค้าและบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์

สำหรับเอกสารบางชนิดสามารถเก็บไว้ใช้ได้ในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องทำใหม่ในทุกๆ ครั้งหรือคุณสามารถเลือกใช้บริการจากบริษัทที่รับส่งออกสินค้าซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณได้อีกทาง

5. บริหารการเงินเป็นเรื่องสำคัญ
การส่งออกสินค้าแต่ละครั้งก็ต้องใช้เงินทุนในการสต็อคสินค้าหรือวัตถุดิบในการผลิตที่มากขึ้น ดังนั้นแล้วผู้ประกอบการทั้งหลายควรมีเงินทุนสำรองหรือเงินสดเพื่อการหมุนเวียนธุรกิจที่มากขึ้น เพราะถ้าหากว่าเกิดการติดขัดทำให้กระบวนการผลิตล่าช้าอาจจะส่งผลเสียกับธุรกิจของคุณในระยะยาวได้ สำหรับธุรกิจที่มีเงินทุนไม่เพียงพอ สินเชื่อเพื่อธุรกิจสำหรับการขยายกิจการอาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้กิจการของคุณบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ค่ะ

ที่มา: peerpower.co.th

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


เคล็ดไม่ลับ ขายครีมอย่างไรให้ “รวย”

เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง หรือผู้ที่สนใจจะสร้างแบรนด์เครื่องสำอางไม่ควรพลาด เคล็ดไม่ลับ ขายครีมอย่างไรให้รวย


ภาพนั้นสำคัญไฉน
ปัจจุบันไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ารูปภาพคือ First Impression ต่อให้ครีมของคุณคุณภาพดีแค่ไหน แต่รูปถ่ายไม่ดึงดูด ไม่ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ ก็ยากสำหรับการซื้อขาย ดังนั้นคุณควรให้สำคัญกับการถ่ายภาพสินค้าเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ สนใจผลิตภัณฑ์


การนำเสนอให้โดน
ปัจจุบันมีการนำเสนอที่หลากหลาย หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Website Social Media คุณสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ของคุณได้หลายรูปแบบ เช่น การเขียน Content ให้ความรู้  การรีวิวสินค้า หรือวิดีโอหนังสั้น ดังนั้นลูกค้าจะเกิดความสนใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิธีการนำเสนอของคุณ


ตอบไวมีชัยไปกว่าครึ่ง
เนื่องจากธุรกิจขายครีมในเมืองไทย เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้นหากมีลูกค้าได้ติดต่อมายังคุณแล้วไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน นั่นหมายความว่า ลูกค้าได้สนใจผลิตภัณฑ์ของคุณแล้ว และอย่าปล่อยให้หลุดมือ


มีเว็บไซต์เพิ่มความน่าเชื่อถือ
มีช่องทางการขายมากมาย ทั้งใน Social Media หรือเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่ให้คุณได้เปิดร้านค้าออนไลน์ ซึ่งจะมีระบบ Shopping Cart เพื่อง่ายต่อการจัดการ และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของคุณ


หาจุดขายของแบรนด์
คุณจำเป็นต้องสร้างจุดขายของผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ของคุณ เพื่อให้เกิดการจดจำ


เพิ่มจำนวนลูกค้าด้วยการโฆษณา
คุณจำเป็นต้องลงโฆษณาบ้าง เพื่อให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จัก มีการซื้อขาย จนเกิดการบอกต่อ โดยช่องทางโฆษณาก็มีหลายช่องทางอาทิ Facebook Ads,  Adwords,  GDN,  Youtube เป็นต้น คุณสามารถเลือกโปรโมทตามกลุ่มลูกค้า งบประมาณของคุณ


วางแผนการตลาดให้แม่น
หลายแบรนด์ที่เกิดขึ้นแล้วดับไปในเวลารวดเร็ว เพราะขาดการวางแผน คุณต้องมีการจัดการที่ดี เน้นขายปลีก ขายส่ง สามารถควบคุมระบบได้อย่างดี เช่น การรับตัวแทนจำหน่าย การควบคุมราคา เพื่อป้องกันการแย่งลูกค้า และปัญหามากมายที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ดังนั้นคุณควรมีการวางแผนและจัดการที่ดี


ผลิตภัณฑ์คุณภาพสำคัญที่สุด
ต่อให้คุณทำการตลาดดีแค่ไหน ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพก็จบ หากคุณอย่างสร้างแบรนด์ที่พรีเมี่ยม ติดตลาด มีการซื้อขายในระยะยาว สิ่งแรกที่คุณควรคำนึงคือ คุณภาพและมาตรฐานของสินค้า คุณจำเป็นต้องเลือกบริษัทหรือโรงงานผลิตที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ Specialty Innovation ขออีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยสร้างฝัน ทำให้การสร้างแบรนด์ของคุณเป็นเรื่องง่าย

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


สนใจผลิตภัณฑ์  เพื่อสร้างแบรนด์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ขอใบราคา สินค้าตัวอย่าง
Tel. 02-313-3456, 095-597-6666

เทคนิคการเลือกซื้อเครื่องสำอาง

เพื่อให้คุณได้เครื่องสำอางทุกชิ้นที่เหมาะกับคุณ และใช้งานมันอย่างสมคุณค่า เรามีกฎทั่วไปในการเลือกซื้อเครื่องสำอาง ที่คุณควรคำนึงถึงควรทั้งเคล็ดลับอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดการกับกระเป๋าเครื่องสำอางของคุณด้วย
ต้องลองด้วยตัวเอง อายแชโดว์สีใหม่อาจดูดีเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญแต่งให้คุณ ดังนั้นคุณควรศึกษาวิธีใช้หรือสอบถามจากพนักงานขาย

เช็คสีกับแสงแบบต่าง ๆ เครื่องสำอางอาจดูแตกต่างออกไปในแสงที่ต่างกัน โดยเฉพาะรองพื้น และเครื่องสำอางที่ใช้เพื่อปรับสีผิว เครื่องสำอางยังอาจดูแตกต่างกันได้อีกเมื่อมันเช็ตตัว ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสองสามหรือนาทีเพื่อที่จะเห็นความแตกต่าง ฉะนั้น หลังจากลองเครื่องสำอางที่คุณชอบแล้ว ลองเดินออกไปข้างนอก และดูเมคอัพของคุณในแสงธรรมชาติที่ต่างไปจากแสงที่เคาน์เตอร์

อย่าทาสีทับกัน บ่อยครั้งเวลาที่เราลองสีลิปสติก เรามักจะทาสีต่างๆ ผสมกันไปมาจนบางทีเมื่อสีที่เราลองผสมกันกลายเป็นสีที่ดูสวยสดใส ซึ่งคุณเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสีสุดท้ายที่คุณลอง แล้วก็ซื้อมาแต่เมื่อมาลองในวันต่อมา มันกลับดูไม่เหมือนสีที่คุณลองเมื่อวานเลย สิ่งที่ควรทำเวลาลองสีที่ต่างกันก็คือ ให้แน่ใจว่า คุณเช็ดสีก่อนหน้านั้นออกหมดแล้วเพื่อที่คุณจะได้เห็นว่าสีจริง ๆ เป็นอย่างไร

เชื่อตัวเอง เราทุกคนต่างรู้ดีว่าพนักงานขายมักกดดัน คนซื้อเพื่อที่จะขายของได้ และอาจบอกว่ามันดูดีทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ฉะนั้น เชื่อในความรู้สึกแรกของตัวเองที่เห็นหรือถ้าคุณไม่แน่ใจ ก็พาเพื่อนหรือญาติสนิทที่คุณไว้ใจไปด้วย เมื่อมีสองความเห็น อาจทำให้พนักงานขายไม่กล้ากดดันให้คุณซื้อของที่ไม่เหมาะกับคุณ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือให้แน่ใจว่าคุณเองก็ชอบเครื่องสำอางที่คุณลอง

สิ่งที่ต้องใช้ประจำ
แชมพู แชมพูบางชนิดอาจมีส่วนผสมของสารทำความสะอาดที่มีฤทธิ์แรงเกินไป จนทำให้เส้นผมสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ ซึ่งแชมพูดี ๆ โดยทั่วไปมักไม่ใช้ส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อเส้นผม และยังมีความเข้มข้นสูง คุณจึงไม่ต้องใช้ในปริมาณมาก ซึ่งก็เท่ากับช่วยประหยัดเงินให้คุณได้ เพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อบ่อย ๆ

แปรงหรือพู่กันแต่งหน้า การซื้อแปรงหรือพู่กันแต่งหน้าดี ๆ มาใช้นั้นนับเป็นการลงทุนที่คุ้นค่า เนื่องจากแปรงและพู่กันพวกนี้มักใช้ขนแปรงธรรมชาติ และใช้มือในการประกอบ จึงมักจะมีราคาแพง แต่ถ้าคุณดูแลดี ๆ ก็สามารถใช้แต่งเติมความงามให้คุณได้ไปนานแสนนาน

ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง คุณจำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่สามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรก ที่ติดอยู่ในรูขุมขนได้อย่างมีสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้เครื่องสำอางแบบกันน้ำ นอกจากนี้ ผิวรอบดวงตาและริมฝีปากยังต้องการการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ซึ่งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดคุณภาพต่ำ อาจสร้างความระคายเคืองให้แก่ผิวในบริเวณนั้นได้

อุปกรณ์แต่งผม เนื่องจากอุปกรณ์แต่งผมด้วยความร้อนอย่างไดร์เป่าผม และคีมรีดผมไฟฟ้าแบบที่มีราคาถูกนั้นมักจะทำจากวัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้เส้นผมต้องสัมผัสกับความร้อนมากเกินไป ส่งผลให้เส้นผมแห้งกรอบและสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ คุณจึงควรทุ่มทุนซื้อคีมรีดผมไฟฟ้าแบบที่มีแผนนำความร้อน ที่ทำจากเซรามิก หรือไดร์เป่าผมระบบไอออนนิก ซึ่งอ่อนโยนต่อเส้นผมมากกว่า

ครีมรองพื้น ครีมรองพื้นดีๆ มักจะใช้แต่ส่วนผสมที่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าของคุณดูเนียนใสไร้ริ้วรอยเหมือนไม่ได้ทารองพื้น ส่วนผสมที่ว่านั้นก็ได้แก่ชิลิก้าหรือชิลิโคนในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ครีมรองพื้นมีเนื้อครีมที่เรียบเนียน แถมยังมีความยืดหยุ่นพอจะไม่ทำให้เกิดรอยแตกหรือรอยยับย่นใด ๆ บนผิวหน้าด้วย

ลิปสติก ลิปสติกแบบที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ให้ความชุ่มชื้นใดๆ อาจทำให้ริมฝีปากแห้งและเหนียวเหนอะหนะได้ การเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยเพื่อซื้อลิปสติกดีๆ มาใช้ จะส่งผลดีต่อริมฝีปากของคุณมากกว่า และถ้าจะให้ดียิ่งไปกว่านั้น ก็ควรมีส่วนผสมของสารกันแดด ที่ช่วยปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวีในแสงแดดได้ด้วย

บลัชออน คุณควรเลือกซื้อบลัชออนแบบเดียวกับที่เลือกซื้อครีมรองพื้น เพราะการจะปัดแก้มให้ดูเรียบเนียนได้ ก็ต้องอาศัยส่วนผสมที่มีคุณภาพ

มาสคาร่า มาสคาร่าคุณภาพต่ำมักจะจับตัวเป็นก้อน และทำให้ขนตาจับตัวติดกัน แถมยังแห้งเร็วเกินไปอีกด้วย แต่มาสคาร่าคุณภาพดีมักจะช่วยทำให้ขนตาของคุณดูคมเข้มได้อย่างนุ่มนวล

สิ่งที่ควรประหยัด(ถ้าประหยัดได้)

ยาทาเล็บ เนื่องจากมักจะมีอายุการใช้งานน้อย และเทรนด์แฟชั่นสีเล็บก็มักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ฉะนั้น ทางที่ดีก็ควรซื้อแบบขวดเล็กๆ มาใช้ และไม่ควรเลือกแบบแห้งเร็ว เพราะมีโอกาสจะแห้งคาขวดได้ง่ายมาก

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้คุณไม่ต้องเลือกอะไรมาก เพราะจุดประสงค์ของมันก็คือใช้ทำความสะอาดใบหน้า โดยไม่ทำลายความชุ่มชื้นตามธรรมชาติบนผิวหน้า ถ้าจะเลือกก็ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวเท่านั้น อย่างเช่น ถ้าผิวของคุณแห้งมากก็เลือกใช้ชนิดครีม แต่มีผิวมันก็เลือกใช้แบบเจล

ครีมกันแดด สิ่งที่คุณควรให้ความสนใจมากกว่าเรื่องราคาก็คือค่า SPF โดยควรเลือกแบบที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไปสำหรับสาวออฟฟิศทั่วไป แต่ถ้าต้องออกไปอยู่กลางแจ้งนานๆ ก็ควรเลือกแบบที่มีค่า SPF 30 เรื่อยไปจนถึง 60 แต่ถ้าคุณมีผิวที่แพ้ง่าย ก็อาจจำเป็นต้องเลือกใช้ยี่ห้อดีๆ ที่ทำขึ้นมาสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ

อายครีม ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวรอบดวงตาส่วนใหญ่ มักเป็นผลมาจากผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น ฉะนั้น ใช้อายครีมที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่มีส่วนผสมอะไรพิเศษหรอก

ลิปบาล์ม ส่วนผสมของลิปบาล์มยี่ห้อไหนๆ ก็มักไม่แตกต่างกัน นั่นคือขี้ผึ้ง กลีเซอรีน และสารให้ความชุ่มชื้นอื่นๆ แต่ถ้าใช้แล้วยังรู้สึกแห้งกร้านก็ควรโยนทิ้งไป เพราะอาจสร้างความเสียหายให้ริมฝีปากได้

คอนดิชันเนอร์ เราต่างรู้ดีว่าคอนดิชันเนอร์นั้นช่วยฟื้นฟูผมที่แห้งเสียให้เราได้ จึงมีคอนดิชันเนอร์ดีๆ อยู่ในท้องตลาดมากมาย รวมทั้งแบบราคาถูกที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย

สิ่งที่ควรค้องคำนึงถึงอายุของการใช้งาน
รองพื้น มีสองแบบคือแบบสูตรน้ำกับสูตรน้ำมัน อย่างแรก มีอายุราว 12 เดือน อย่างหลังจะอยู่ได้นามกว่าคือ 18 เดือน หลังจากเปิดใช้ ถ้าคุณสังเกตเห็นสีที่เปลี่ยนไป หรือมีกลิ่นไม่ดี ก่อนเวลาก็ไปซื้อใหม่ได้แล้วล่ะ

คอนซีลเลอร์ สามารถใช้ได้นานถึง 12 เดือน แต่ถ้ามันเริ่มแห้งแข็งก็โยนมันทั้งไปก่อนได้เลย

แป้ง แป้ง ฝุ่นจะใช้ได้นานสองปี ส่วนแป้งแข็งจะอยู่ได้ราวหนึ่งปี เพราะน้ำมันที่สะสมอยู่ในฟองน้ำที่ใช้ทำให้มันเสียได้ง่ายกว่า ฉะนั้น ควรทำความสะอาดฟองน้ำอย่างสม่ำเสมอ และก็แผ่นพลาสติกที่รองกั้นระหว่างแป้งกับฟองน้ำเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันสัมผัสกับแป้งโดยตรง

อายแชโดว์ สามารถใช้ได้นานถึงสามปี แต่ถ้ามันเริ่มแตกร่อน ก็ควรหาอันใหม่ได้แล้ว

ดินสอเขียนขอบตา อยู่ได้นานถึงสามปี แต่ให้แน่ใจง่ายเหลามันอยู่เสมอ ส่วนแบบดินสอที่ไม่ต้องเหลาอาจแห้งได้ง่ายกว่า และถ้ามันแห้งก็ควรโยนทิ้งไปได้แล้ว

มาสคาร่า ใช้ได้ราว 4 เดือน ถ้าเก็บไว้นานกว่านั้นมันจะแห้งแข็งและทาได้ยาก

ลิปสติก หนึ่งถึงสองปี แต่วิธีที่ดีที่สุดที่จะตักสินก็คือ คนกลิ่นดูว่ามันมีกลิ่นแปลกไปจากที่เคยเป็นหรือเปล่า

ยาทาเล็บ ใช้ได้ราวหนึ่งปี และพยายามอย่าให้มีอะไรบ่นเปื้อนลงไปในขวด

ที่มา: women.thaiza.com

หากท่านใตต้องการสร้างแบรนด์หรือสั่งผลิต ผลิตภัณฑ์คุณภาพผสานนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น เราคือผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยาแผนโบราณ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้ง มาตรฐาน LEED อาคารสีเขียว เป็นบริษัทแห่งแรกและแห่งเดียวที่สามารถควบคุมคุณภาพตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิต จนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิจัยและพัฒนาระดับมืออาชีพ  เพียงคุณนำความฝันของคุณมาหาเรา เราพร้อมสร้างแบรนด์ให้คุณได้อย่างมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน